วินโดวส์โฟน 10 ปี 2016


วินโดวส์โฟน 10 ปี 2016

 

มาถึงวันนี้ เราต้องยอมรับกันว่า microsoft เพลี่ยงพล้ำกับสงครามโทรศัพท์มือถือไปเรียบร้อยแล้ว ฝั่งของ microsoft เองก็รับทราบเรื่องนี้ และปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ หันมาโฟกัสแค่ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม แต่ในระยะยาวแล้ว ยังไม่ยอมถอยในตลาดโทรศัพท์มือถือแน่นอน  microsoft  จึงส่ง lumia วินโดวส์ 10 รุ่น Lumia 950XL ในปี 2016 มือถือเรือธงของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ วินโดว์โมบาย 10  ตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์ วินโดว์โมบาย 10 ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย

วินโดวส์โฟน 10 ปี 2016 รุ่น Lumia 950XL จึงเป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่ช่วยประคอง ให้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือของ microsoft ยังอยู่รอดต่อไปได้ เพื่อหวังว่าจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ถ้าสโลแกนของ Java เป็น Write Once, Run Anywhere  แล้วสโลแกนของ วินโดวส์โฟน/ คงหนีไม่พ้น "Rewrite Every-year" เพราะเขียนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ใหม่กันแทบทุกปี ลองย้อนไปดูประวัติของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ วินโดวส์โฟน ของ microsoft  นับตั้งแต่การกดปุ่มรีเซ็ตครั้งใหญ่ ยกเลิก วินโดวส์โฟน 6.x แล้วเปลี่ยนเป็น วินโดวส์โฟน 7 แทน รอบการออกรุ่นเป็นดังนี้

    -2010 - วินโดวส์โฟน 7
    -2011 - วินโดวส์โฟน 7.5
    -2012 - วินโดวส์โฟน 8
    -2014 - วินโดวส์โฟน 8.1
    -2015 - วินโดว์โมบาย 10 (announced)

ถึงแม้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ดังกล่าวจะหน้าตาคล้ายๆ กัน แต่สถาปัตยกรรมข้างใต้ของมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ วินโดวส์โฟน 7 ที่ใช้แกน วินโดวส์ CE + เขียนแอพด้วย Silverlight ตามมาด้วย วินโดวส์โฟน 8 ที่ใช้แกน วินโดวส์ NT แต่ยังใช้เฟรมเวิร์คการสร้างแอพแบบเดิม พอมาถึง วินโดวส์โฟน 8.1 เปลี่ยนเฟรมเวิร์คมาเป็น วินโดวส์ Runtime แบบเดียวกับ วินโดวส์ 8.1 บนเดสก์ท็อป และพอมาถึง วินโดว์โมบาย 10 ถึงแม้แนวทางจะคงเดิม แต่ในรายละเอียดก็เปลี่ยนแปลงอีกรอบ ตัวแกนเปลี่ยนมาใช้ วินโดวส์ OneCore และเฟรมเวิร์คใช้ Universal วินโดวส์ Platform

เราจะเห็นว่า microsoft เสียเวลาเปล่าไปหลายปี กับการเขียนระบบปฏิบัติการวินโดวส์มือถือขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ในขณะที่คู่แข่งทั้ง ไอโอเอส(iOS) และ แอนดรอย(Android) ไม่ต้องเสียเวลาแบบนี้ เดินหน้าได้เต็มที่กว่ากันมาก มาถึงปี 2015 ความฝันของ microsoft ก็เริ่มเป็นจริง เมื่อ วินโดว์โมบาย 10 สามารถตอบโจทย์เรื่องการใช้แกนของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และแพลตฟอร์มแอพชุดเดียวกับ วินโดวส์ 10 บนเดสก์ท็อปได้สำเร็จ

ระบบปฏิบัติการ วินโดว์โมบาย 10 ปี 2016


ระบบปฏิบัติการวินโดวส์รุ่นที่รีวิวคือ วินโดว์โมบาย 10 เวอร์ชัน 1511 Build 10.0.10586.164 ที่เพิ่งออกเมื่อไม่กี่วันก่อน นับถึงวันนี้ วินโดว์โมบาย 10 ยังไม่ออกตัวจริง (general availability) แต่ตอนนี้ microsoft เปิดสายการพัฒนาใหม่ Redstone (Build 14xxx) เป็นเรียบร้อยแล้ว ฟีเจอร์ใหม่คงย้ายไปอยู่ใน Redstone ที่นั้นทั้งหมด ส่วนตัว 1511 หรือโค้ดเนม Threshold คงเหลือแค่การแก้บั๊กให้สมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ วินโดว์โมบาย 10 เป็นอย่างที่เขียนถึงไปแล้ว นั่นคือเปลี่ยนแกนของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และเปลี่ยนเฟรมเวิร์คของแอพมาเป็นชุดเดียวกับ วินโดวส์ 10 บนเดสก์ท็อป ในแง่ส่วนติดต่อผู้ใช้และการใช้งาน วินโดว์โมบาย 10 ถือว่าไม่มีอะไรแตกต่างไปจาก วินโดวส์โฟน 8.1 มากนัก ภาพรวมยังเหมือนเดิมทุกประการ ตัว UI หลักของระบบมีเพียงแค่ 2 หน้าจอได้แก่ หน้าจอ Live Tiles และหน้ารายการแอพทั้งหมด (All Apps) สำหรับชาว วินโดวส์โฟน 8 หลายคนคงประสบปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็ว ใช้งานได้ไม่เต็มวัน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีเกมใหม่ๆ บนวินโดวส์สโตร์มาให้เราได้ลองเล่นมากมาย ก็ยิ่งส่งผลทำให้แบตเตอรี่ถูกใช้งานมากขึ้น จึงควรมี แบตสำรอง (Power Bank) เผื่อไว้ แต่รุ่นใหม่ดีขึ้นมาหน่อย

หลังจากพัฒนากันมาหลายรุ่น UI ของ วินโดว์โมบาย 10 ถือว่าลงตัวแล้วในระดับหนึ่ง มีฟีเจอร์เท่าที่ระบบปฏิบัติการวินโดวส์พกพาสมัยใหม่ควรมี เช่น แถบแจ้งเตือน พร้อม Quick Settings ที่สุดท้ายแล้ว แอนดรอย(Android), ไอโอเอส(iOS), วินโดวส์ มีหน้าตาคล้ายๆ กันหมด ส่วนจุดอ่อนสำคัญของ วินโดวส์ ที่หน้า Settings ใช้งานยากมาก ก็ถูกจัดหมวดหมู่ใหม่ มีไอคอนประกอบให้เด่นชัดขึ้น และสอดคล้องกับทิศทางของ วินโดวส์ 10 บนเดสก์ท็อปด้วย ภาพรวมเรื่อง UI ของ วินโดว์โมบาย 10 ถือว่าลงตัว สมบูรณ์ขึ้นกว่าเดิมมาก จุดอ่อนในอดีตอย่างการไม่มีถาดข้อความแจ้งเตือน หรือหน้าจอ Settings ใช้งานยาก ถูกลบออกไปหมดแล้ว

แอพพลิเคชั่น  วินโดว์โมบาย 10 ปี 2016 (Windows 10 Mobile)

ถัดมาจากระดับของตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์หลัก ก็มาดูที่แอพวินโดว์โฟน 10 ของระบบกัน ยุทธศาสตร์ของ microsoft คือสร้างแอพด้วย Universal วินโดวส์ Platform (UWP) เพื่อประหยัดแรงงานการพัฒนา ไม่ต้องสร้างแอพพลิเคชั่นซ้ำซ้อนบนเดสก์ท็อปและมือถือ แบบที่พลาดมาแล้วกับ วินโดวส์โฟน 7-8 ซึ่งแอพเหล่านี้ต้องปาทิ้งไปเกือบหมด  วินโดว์โมบาย 10 จึงมาพร้อมกับแอพชุดเดียวกันกับ วินโดวส์ 10 บนเดสก์ท็อป ถึงแม้ว่าเวอร์ชันย่อยอาจไม่เหมือนกันเลยทีเดียว แต่ความสามารถหลักๆ ทัดเทียมกัน

วิธีการสังเกตง่ายๆ คือแอพวินโดว์โฟน 10 ที่เป็น Universal ถ้าไม่ใช่แอพพื้นฐานสุดๆ แบบแอพโทรศัพท์หรือเครื่องคิดเลข จะออกแบบ UI โดยใช้ปุ่มเมนู hamburger ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ กดแล้วจะเป็นการเปิดเมนูของแอพขึ้นมา ลักษณะเดียวกับ ไอโอเอส(iOS)/แอนดรอย(Android) ซึ่งตอบโจทย์ในแง่การออกแบบ UI ให้เหมาะทั้งหน้าจอโทรศัพท์มือถือขนาดเล็ก และหน้าจอเดสก์ท็อปขนาดใหญ่

เบราว์เซอร์ของ วินโดว์โมบาย 10 เปลี่ยนมาเป็น Microsoft Edge แทน IE Mobile เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฟีเจอร์ทุกอย่างเทียบเท่ากับตัวเวอร์ชันเดสก์ท็อป ส่วน Cortana ก็หน้าตาเหมือนกับ วินโดวส์ 10 ทุกประการ แอพกลุ่มคอนเทนต์ที่ต้องอัพเดตเสมอๆ อย่างตัว News, Sports, Money, Weather ก็อยู่บนแนวคิดเดียวกัน ถ้าใครใช้แอพเหล่านี้บน วินโดวส์ 10 อยู่แล้วก็สามารถตามมาใช้งานต่อได้ทันที หรือดาวน์โหลดแอพวินโดว์โฟน 10 จาก วินโดวส์ Store แล้วอย่าลืมพก แบตสำรอง (Power Bank) ติดตัวเผื่อไว้ด้วยละกินไฟพอสมควร

แอพกลุ่มสื่อสารจาก วินโดวส์ Store ก็ทิ้ง Mail และ Calendar ตัวเก่า เปลี่ยนมาเป็น Outlook Mail และ Outlook Calendar แบบเดียวกับ วินโดวส์ 10 เช่นกัน ส่วนคนที่ผูกบัญชีกับ Microsoft Account อยู่แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรมาก เปิดแอพพลิเคชั่นมาก็ใช้ได้เลย เพราะเราล็อกอินบัญชี Microsoft Account ตั้งแต่ตอนเปิดใช้เครื่องครั้งแรกอยู่แล้ว

แอพพลิเคชั่นกลุ่มบันเทิง เปลี่ยนชื่อเป็น Groove Music และ Movies & TV แทน ตัว Groove สามารถจำไลบรารีเพลงของเราได้หมด และซิงก์รายชื่อเพลงให้ทันที ส่วน Movies & TV เน้นไปที่คอนเทนต์จาก วินโดวส์ Store เป็นหลัก ลองดาวน์โหลดไฟล์ภาพยนตร์ฟรีจาก วินโดวส์ Store พบว่าติดปัญหาเครือข่ายพอสมควร (กดเล่น 3-4 ทีกว่าจะมา) ซึ่งปัญหาเดียวกันนี้พบกับการดาวน์โหลดแอพวินโดว์โฟน 10 จาก วินโดวส์ Store รวมถึงการดึงเอกสารจาก OneDrive ด้วย

แอพพื้นฐานของ วินโดว์โมบาย 10 ที่เขียนด้วย Universal วินโดวส์ Platform ใช้งานได้ดีพอสมควร และตอบสนองรวดเร็ว ฟีเจอร์ค่อนข้างครบ แต่แอพวินโดว์โฟน 10 กลุ่มที่เป็นปัญหามากคือ Office ซึ่ง microsoft ให้มา 4 ตัวคือ Word, Excel, PowerPoint, OneNote แอพพลิเคชั่นกลุ่ม Office ยังมีความสามารถไม่เยอะเท่าไรนัก การเชื่อมต่อบัญชียังล้าหลังมาก ต้องมาไล่ล็อกอินบัญชี Microsoft Account ทีละแอพพลิเคชั่นเป็นรายตัว และที่แย่ที่สุด คือไปดึงเอกสารจากบัญชีจาก One Drive ช้ามากถึงมากที่สุด ถึงขนาดบางครั้งโหลดไม่ขึ้นเลย ต้องปิดแอพทิ้งเพื่อบังคับให้แอพเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ในภาพรวมเรื่องแอพวินโดว์โฟน 10 ของระบบ คิดว่ายุทธศาสตร์ของ microsoft มาถูกทาง การใช้แอพร่วมกันระหว่าง วินโดวส์ 10 กับ วินโดว์โมบาย 10 แก้ปัญหาเรื่องฟีเจอร์ไม่ทัดเทียมได้สำเร็จ ถ้าใครทันยุค วินโดวส์โฟน 7-8 จะพบปัญหาแอพชื่อเดียวกันบนสองแพลตฟอร์ม แต่ตัวฟีเจอร์และวิธีการใช้งานไปคนละทาง รวมถึงต่อยอดไปยังเรื่อง Continuum ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ  microsoft ยังพัฒนาแอพตามแนวทาง Universal ไม่สมบูรณ์เท่าไรนัก โดยเฉพาะกลุ่ม Office อย่างที่กล่าวไปแล้ว แถมดันชอบเอาไปโฆษณาเป็นจุดขายซะด้วย  มีแล้วทุกอย่าง ยกเว้น...

โทรศัพท์มือถือ  วินโดว์โมบาย 10 มีรากฐานสำคัญพร้อมหมดแล้ว ทั้งตัวแกนของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ส่วนติดต่อและฟีเจอร์ของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ แพลตฟอร์มแอพวินโดว์โฟน 10 ที่ทันสมัย แอพพื้นฐานที่ดีในระดับหนึ่ง เรียกได้ว่าอะไรที่เคยเป็นจุดอ่อนของตัวระบบ ก็แก้ไขไปเยอะแล้ว ส่วนที่ยังทำไม่เสร็จก็พอเห็นอนาคตเบื้องหน้าว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัจจัยชี้ขาดก็กลับมาที่คำถามเดิมๆ ว่าแอพพลิเคชั่นจากบริษัทอื่นๆ ล่ะเป็นอย่างไร คำตอบก็ต้องยอมรับกันว่า ยังไม่มีเหมือนเดิม ปัญหา app gap ยังคงอยู่

ทุกวันนี้ โทรศัพท์มือถือ  วินโดว์โมบาย 10 มีแอพดังๆ อย่าง Facebook, Twitter, Dropbox, WhatsApp, LINE ให้ใช้งาน แอพพลิเคชั่นหลายตัวเขียนแบบ Universal แล้ว ประสบการณ์การใช้งานก็ถือว่าดีขึ้นมาก แม้ว่าฟีเจอร์จะยังด้อยกว่าแอพเดียวกันบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์อื่น แต่ วินโดว์โมบาย 10 ก็ยังขาดแอพยอดนิยมอีกมาก ถ้าไม่นับแอพสายกูเกิลทั้งหมดที่ไม่มีให้ใช้งานเลย ไม่รู้จะเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน ก็ยังขาดแอพอย่าง Instagram ,Tumblr, Airbnb,Snapchat หรือถ้าเอาบริการในบ้านเราอย่างพวกธนาคาร โอเปอเรเตอร์ หรือแอพพลิเคชั่นเรียกรถอย่าง Grab ก็ไม่ต้องนึกฝัน

ตรงนี้เป็นโจทย์ที่ microsoft ต้องพยายามแก้ไขต่อไป และน่าจะเป็นโฟกัสของ microsoft ณ วันนี้เราก็ได้แต่หวังว่าโครงการช่วยพอร์ตแอพอย่าง Project Islandwood (พอร์ตจากโค้ด ไอโอเอส(iOS)) น่าจะช่วยปิดช่องโหว่ตรงนี้ได้บ้าง แม้ว่าโครงการ  Astoria ที่เป็นความหวังอีกข้างจะแท้งไปแล้วก็ตาม

โดยสรุปแล้วโทรศัพท์มือถือ วินโดว์โมบาย 10 ถือเป็นความหวังของ microsoft ในอนาคต แม้ว่ามันจะเป็นอนาคตที่ยังมาไม่ถึงก็ตามที แต่ microsoft ยังไม่ยอมถอยในตลาดโทรศัพท์มือถือแน่นอนและไม่ยอมเป็นฟีเจอร์โฟนล้าหลังเช่นกัน

Cr. ข่าว Sanook! Hitech