อุปกรณ์สวมใส่ ปี 2017

 

อุปกรณ์สวมใส่ ปี 2017

 

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีแห่งอุปกรณ์ไอทีประเภทอุปกรณ์สวมใส่ (wearables) อย่างแท้จริง การเติบโตของอุปกรณ์สวมใส่ (wearables)นั้น เกิดจากอุปกรณ์เก็บข้อมูลการออกกำลังกายโดยเจ้าตลาดอย่าง Fitbit และ Apple Watch เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่แม้ว่าสมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์เก็บข้อมูลการออกกำลังกายจะครองตลาดอุปกรณ์สวมใส่ (wearables) ไว้เป็นส่วนใหญ่ แต่ยังมีเทรนด์อีกมากมายที่ช่วยเป็นตัวขับเคลื่อนให้ธุรกิจอุปกรณ์ไอทีก้าวสู่อนาคตอย่างสดใสมั่นคง ในปี 2017 และ ปีถัด ๆ ไป
 
เมื่อไม่นานมานี้ Tractica เพิ่งเปิดเผยข้อมูลล่าสุด ระบุทิศทางธุรกิจอุปกรณ์ไอทีกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ (wearables) มีแนวโน้มมุ่งไปทางใดในอนาคตช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้ และนี่คือเทรนด์แห่งอนาคตและกำลังเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ (wearables) ในอีกไม่กีปีข้างหน้านี้ โปรดจำตาดูใกล้ ๆ ปี 2017 คงได้เห็นอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้น
 
1. อุปกรณ์สวมใส่ (wearables) เติบโต 37%
อันดับแรกต้องทำความเข้าใจก่อนเลยว่า นี่เป็นเพียงจุดของการเริ่มต้นของเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ (wearables) เท่านั้น คาดการณ์กันว่ามูลค่าการซื้อขายสินค้าอุปกรณ์สวมใส่ (wearables) จะเติบโตในอัตราก้าวกระโดดจาก 85 ล้านเหรียญในปีที่แล้ว เป็น 560 ล้านเหรียญ ในปี 2021 คิดเป็นอัตราเฉลี่ยสะสมต่อปี  ที่ 37% ในช่วง 5 ปีถัดไปนี้ และรายได้ก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน Tractica คาดการว่ารายได้มาจากอุปกรณ์ไอทีสวมใส่โดยรวมจะเพิ่มขึ้นจาก 1.23 หมื่นล้านเหรียญ ในปี 2015 มาเป็น 9.53 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2021
 
2. เจ้าตลาดยังเป็น แอปเปิ้ลวอช (Apple Watch)
ตัวที่ขับเคลื่อนรายได้ของอุตสาหกรรมโดยรวมในช่วง 2-3 ปีที่จะถึงนี้  จะเป็น แอปเปิ้ลวอช (Apple Watch) โดยนาฬิกาอัจฉริยะของ Apple เป็นสินค้าหลักในการทำรายได้ของอุตสาหกรรมอุปกรณ์สวมใส่ (wearables)นี้ในปีที่ผ่านมาและในปีต่อ ๆ ไปอีกด้วย โดยทำรายได้ประมาณ 5.5 พันล้านเหรียญและตัวเลขยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามข้อมูลของ Tractica ในอีก 2-3 ปี ข้างหน้านี้  Apple จะกลายเป็นผู้ผลิตนาฬิกาอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากอีกหลายแหล่งที่ว่า แอปเปิ้ลวอช (Apple Watch) ได้รับความนิยมมากกว่านาฬิกาแบรนด์ดังจากสวิสทั้งหลายเสียอีกด้วย
 
3. อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ มาแรง
อุปกรณ์ไอทีประเภทอุปกรณ์สวมใส่ (wearables)ที่มุ่งประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพเป็นหลักจะมาแรง  Aditya Kaul ผู้อำนวยการด้านการวิจัยของ Tractica กล่าวว่า แม้ขณะนี้ประโยชน์ของอุปกรณ์สวมใส่ (wearables) จะเน้นด้านการกีฬาและการออกกำลังเพื่อสุขภาพเป็นหลัก แต่การดูแลสุขภาพจะกลายเป็นเป้าหมายการใช้งานอุปกรณ์ไอทีอัจฉริยะเหล่านี้ในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ก้าวล้ำนำสมัยและอุปกรณ์ที่เล็กลง และนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดมากยิ่งขึ้น จะช่วยให้อุปกรณ์สวมใส่ (wearables) ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหอกในการต่อสู้กับโรคเรื้อรังต่าง ๆ

เมือผู้ใช้มีอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพตลอดเวลา สามารถป้องกัน โรคเรื้อรังต่าง ๆ อาทิ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็ง โดยนาฬิกาอัจฉริยะจะช่วยเตือนเป็นเสมือน เครื่องวัดความดัน (Blood Pressure Monitor) ตรวจความดันโลหิต ก่อนที่จะเกิดอาการเส้นเลือดแตก หรือ หัวใจวาย และเป็นเสมือน เครื่องวัดออกซิเจน (Pulse Oximeter) วัดค่าออกซิเจนในเลือดขณะออกกำลังกาย ให้กับผู้สวมใส่ได้ เมื่อถึงตอนนั้นอุปกรณ์สวมใส่ (wearables) จะถูกนำมาใช้งานอย่างจริงจัง  Kaul กล่าว
 
4. เสื้ออัจฉริยะ มาแล้ว
กระแสเสื้ออัจฉริยะเริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นกัน และจะเติบโตอย่างมาก ปัจจุบัน แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาดัง ๆ อย่าง Under Armour และอีกหลายๆ แบรนด์เริ่มทะยอยออกสินค้ารองเท้ากีฬาอัจฉริยะที่สามารถเก็บข้อมูลการเดิน การวิ่ง ระยะทาง และการออกกำลังแบบอื่นๆ กันมาแล้ว แม้จำนวนสินค้าที่ผลิตยังคงต่ำกว่า 1 ล้านชิ้นในปีที่ผ่านมา แต่ในปี 2021 คาดว่าจำนวนสินค้าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 24.7 ล้านชิ้น โดยสินค้าส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในกลุ่มรองเท้า และ เสื้ออัจฉริยะก็มาแล้วเช่นกัน เมือสวมเสื้ออัจฉริยะจะช่วยในการตรวจสอบการเผาผลาญแคลอรี่ การหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจและบันทึกกิจกรรมของผู้ใส่ ด้วย
 
5. อินเทอร์เน็ตแห่งร่างกาย (IoB)
ปัจจุบัน สินค้ากลุ่ม อุปกรณ์สวมใส่ (wearables) ต่างก็ใส่เทคโนโลยีเซนเซอร์ต่างๆ มาหลากหลายที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเครื่องเดียว แต่อุปกรณ์สวมใส่ (wearables) ในอนาคต จะโฟกัสที่การทำงานเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยให้นาฬิกาสมาร์ทวอทช์เป็นศูนย์กลางในการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ  Kaul กล่าวว่า ปี 2017 เราจะได้เห็นเครือข่ายการเก็บข้อมูลร่างกายมนุษย์เกิดขึ้น ซึ่งอาจถูกเรียกว่า ‘อินเทอร์เน็ตแห่งร่างกาย (IoB)’ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนอย่าง Apple, Google และ Samsung จะเป็นแนวหน้าในการพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมดังกล่าว ส่วนสำคัญของนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นอยู่ที่การผสมผสานการทำงานของเซนเซอร์ต่างๆ เข้าด้วยกันลงในเสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา และเครื่องประดับอื่นๆ อย่างสอดคล้องโดยไม่มีสะดุด
 
6. ผู้นำตลาด Fitbit & Xiaomi
Fitbit ถือเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ไอทีสวมใส่สำหรับเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย แต่จุดยืนของแบรนด์อาจเปลี่ยนไปเล็กน้อย ขณะนี้ส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์อยู่ที่ 43% ขณะที่แบรนด์คู่แข่งจากจีนอย่าง Xiaomi มีสัดส่วนที่ 24% แต่อีกไม่กี่ปีข้าวหน้านี้ คาดการณ์ว่า Xiaomi จะเข้ามายึดครองส่วนแบ่งตลาดและขึ้นมาเป็นผู้นำแทน Fitbit แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นข่าวร้ายของ Fitbit เสียทั้งหมด เพราะอุปกรณ์สวมใส่ (wearables)เก็บข้อมูลการอออกกำลังนั้นคาดว่าจะเติบโตในอัตรา CAGR ที่ 25% ต่อปี และจำนวนสินค้าในกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 187 ล้านชิ้นในปี 2021
 
7. เทคโนโลยี VR โลกเสมือนจริง
ขณะที่ทคโนโลยี VR โลกเสมือนจริง แบบ Virtual Reality กลายเป็นสิ่งที่บริษัทไอทีทั้งหลายมุ่งเป้า รวมถึงแว่นตาโฮโลแกรม การใช้ทคโนโลยี VR โลกเสมือนจริง น่าจะเน้นที่เกมและความบันเทิงเป็นหลัก แต่เราน่าจะได้เห็นการคำนวนคอมพิวเตอร์ระดับองค์กรที่นำนวัตกรรมแว่นโฮโลกราฟฟิคที่ผสานโลกเสมือนและโลกความจริงแบบ Mixed Reality อย่างHoloLens, Meta หรือ Magic Leap เข้ามาใช้งาน อุปกรณ์สวมใส่ (wearables) จะช่วยให้เราได้รู้จักกับร่างกายของเรามากขึ้น คล้ายกับการมองกลับเข้าไปภายในตัวเรา แต่ขณะเดียวกันแว่นโฮโลกราฟฟิคล้ำๆ ก็จะช่วยให้เราสำรวจและเชื่อมต่อกับโลกภายนอกและจักรวาลได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน Kual กล่าว

จะเห็นได้ชัดเจนจากรายงานการคาดการณ์แนวโน้มอนาคตของ Tractica ฉบับนี้ว่า อุตสาหกรรมอุปกรณ์ไอทีกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ (wearables)กำลังเติบโตต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว และจะกลายเป็นเทรนด์และตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในอีกไม่กี่ปีข้าวหน้านี้อย่างแน่นอน เตรียมรับมือการนวัตกรรมที่ทันสมัยและก้าวหน้ากันในไม่ช้านี้

Cr.ข่าว Positioning