ไอโฟน 6S, 6S Plus

แอปเปิลเปิดตัวไอโฟน 6 เอส และไอโฟน 6 เอส พลัส ที่มาพร้อมระบบ “ทรีดี ทัช (3D touch)” เทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อการสัมผัสของผู้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย แอปเปิลเปิดตัว! “ไอโฟน 6S, 6S Plus” วางจำหน่ายปลายเดือนนี้

ทิม คุก ซีอีโอของบริษัท แอปเปิล ได้เปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ “ไอโฟน 6 เอส” หน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว และ “ไอโฟน 6 เอส พลัส” หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ตัวเครื่องโลหะ 4 สี โดยเพิ่มสีใหม่คือ สีชมพูโรสโกลด์ (Rose Gold) พร้อมเพิ่มความคมชัดของกล้องหลังเป็น 12 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกวิดีโอได้ถึงระดับ 4K และมีการปรับปรุงระบบหน้าจอสัมผัสให้ดีขึ้น ด้วยระบบทรีดี ทัช “3D touch” ที่ทำให้ผู้ใช้งาน เปลี่ยนการใช้งานแต่ละแอพพลิเคชันได้ง่ายขึ้น โดยความสามารถเด่นประจำรุ่นนี้มี 3 อย่าง คือ 3D Touch, หน่วยประมวลผลแรงขึ้น, กล้องดีขึ้น

อันดับแรก ระบบ “ทรีดี ทัช (3D touch)” หลักการใช้งานคือผู้ใช้สามารถสั่งงาน iPhone ด้วยการออกแรงกดได้หลายระดับ โดย 3D Touch สามารถใช้งานได้หลายอย่าง เช่นแตะไอคอนเบาๆ จากหน้าโฮมเพื่อเรียกคำสั่งที่ใช้บ่อย เช่นแตะที่ไอคอนกล้องก็สามารถเลือกเมนูเพื่อเริ่มถ่าย Selfie ได้เลย โดยไม่ต้องเข้าแอปไปก่อนแล้วค่อยสั่งงาน

ถัดมาสเปกภายในของ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ที่ปรับปรุงคือใช้หน่วยประมวลผล Apple A9 ซึ่งถือเป็นชิป 64-bit รุ่นที่ 3 แล้ว โดยแอปเปิ้ลเคลมว่าในส่วน CPU ทำงานเร็วกว่า A8 70% และส่วนของ GPU เร็วขึ้น 90% ทำให้แน่ใจได้เลยว่าเล่นเกมกันน้ำไหลไฟดับ  

สุดท้ายคือกล้องครับ ใน iPhone 6s เพิ่มความละเอียดของกล้องหลังเป็น 12 ล้านพิกเซล f/2.2 จากเดิม 8 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอระดับ 4K ส่วนกล้องหน้าก็ปรับปรุงขึ้นให้ละเอียดขึ้นเป็น 5 ล้านพิกเซล (สักที) f/2.2 ถ่ายวิดีโอ 720p โดยมีลูกเล่นประหลาดๆ อย่าง Retina Flash หรือการเปลี่ยนจอเป็นสีขาวพร้อมเร่งแสงจอให้สุดเวลาถ่าย Selfie ยามที่มีแสงน้อย ก็ทำให้ภาพใบหน้าของเราสว่างนวลตาขึ้น

นอกจากนี้แอปเปิลยังได้เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ “ไอแพด โปร” ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม ด้วยหน้าจอขนาด 12.9 นิ้ว ที่แอปเปิลระบุว่า ทำงานได้เหมือนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โดยทำงานได้เร็วขึ้น 1.8 เท่า และแบตเตอรีใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นทำให้สะดวกต่อการทำงาน เล่นเกมส์หรือดูหนังผ่านไอแพดด้วยเครือข่าย Wi-Fi หรือบางรุ่นไม่รองรับไวไฟ สามารถใช้ ตัวรับสัญญาณ WiFi (USB WIFI) เสียบผ่าน USB ได้

ส่วนราคาของไอแพด โปร  สำหรับรุ่นความจุ 32 กิกะไบต์ (WiFi Only) เริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์หรือราว 28,900 บาท ,รุ่นความจุ 128 กิกะไบต์ (WiFi Only) ราคา 949 ดอลลาร์หรือราว 34,300 บาท  และสำหรับรุ่นท็อป 128 กิกะไบต์ที่สามารถใส่ซิมการ์ดได้ ราคา 1,079 ดอลลาร์หรือราว 39,000 บาท แต่ถ้าจะเพิ่มการใช้งานไวไฟ (WiFI) เพียงแค่ต่อ ตัวรับสัญญาณ WiFi (USB WIFI) ผ่านทางช่อง USB เท่านั้นสามารถใช้งานได้ทันที  

สำหรับยอดขายไอแพดระหว่างเดือนตุลาคมปีก่อนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามความคาดหมาย ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า หลังการเปิดตัวไอแพดรุ่นใหม่ จะช่วยกระตุ้นยอดขายของแอปเปิลให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

พร้อมกันนี้ทิม คุก ยังเปิดตัว “แอปเปิล ทีวี” รุ่นปรับปรุงใหม่ มาพร้อมกับลูกเล่นมากมายเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน เช่น รีโมท คอนโทรลที่ควบคุมการทำงานด้วยเสียง โดยมี “สิริ” เป็นผู้ช่วยในการใช้งาน นอกจากนั้นยังสามารถเล่นวิดีโอเกมส์ได้อีกด้วย ที่จะมาพร้อมท้าชนกับ แอนดรอยทีวี (Android TV) ของอีกค่ายหนึ่ง


ทั้งนี้ ไอโฟนรุ่นใหม่มีกำหนดจะวางจำหน่ายวันที่ 25 กันยายนนี้ ใน 12 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, แคนาดา, เปอโตริโก, จีน,  ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย หลังจากที่แอปเปิล มีกำหนดจะปล่อยให้อัพเกรดระบบปฏิบัติการไอโอเอส 9 ในวันที่ 16 กันยายนนี้

สำหรับราคาของไอโฟน 6S คาดว่าราคาเริ่มต้นที่ 24,900 บาท สำหรับรุ่น 16 กิกะไบต์, ราคา 28,900 บาท สำหรับรุ่น 64 กิกะไบต์ และราคา 32,900 บาท สำหรับรุ่น 128 กิกะไบต์ ส่วนราคาของไอโฟน 6S Plus คาดว่าราคาเริ่มต้นที่ 28,900 บาท สำหรับรุ่น 16 กิกะไบต์, ราคา 32,900 บาท สำหรับรุ่น 64 กิกะไบต์ และราคา 36,900 บาท สำหรับรุ่น 128 กิกะไบต์ โดยวันวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่าจะเป็นประมาณปลายปี ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมนี้

Cr.SpringNews,แบไต๋