วีดีโอออนไลน์ กับการทำธุรกิจ

 

วีดีโอออนไลน์ กับการทำธุรกิจ


ถ้าหากจะบอกว่าตอนนี้คนดูโทรทัศน์น้อยลงมาก และหันไปเสพคอนเทนท์ (Content)บนอินเตอร์เน็ตกันหมดแล้ว คุณผู้อ่านก็อาจจะเบ้ปากใส่แล้วบอกว่า ใครๆ เขาก็ย่อมรู้กันอยู่แล้ว ไม่ใช่ข้อมูลใหม่อะไรสักหน่อย ซึ่งก็จริงเพราะเราพูดเรื่องนี้กันมาสักระยะแล้วว่าทีวีถูกลดความสำคัญลง ไพรม์ไทม์ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ก็ไม่ได้ไพรม์ขนาดนั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะผู้ชมมีสมาร์ตดีไวซ์อย่าง กล่องแอนดรอย (Android TV Box) สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ที่ช่วยให้พวกเขาสามารถเลือกชมคอนเทนท์ (Content)ได้ตามเวลาที่ตัวเองสะดวก

 

ยุคที่คนดูทีวีน้อยลงไปทุกวัน

แต่คำกล่าวที่ว่าคนดูทีวีน้อยลงไปทุกวันนี้ยิ่งดูยิ่ง  "ใกล้ตัวเรา"และ "เป็นความจริง" มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ก็ตอนที่ได้เดินทางมาร่วมงานนี้ VidCon 2016  มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ครั้งนี้นี่แหละ งาน VidCon คืองานที่จัดขึ้นสำหรับคนรักวีดีโอออนไลน์ วิดีโอคลิป ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำวิดีโอคลิปแล้วอัพโหลดขึ้นไปบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะบนยูทูป (youtube) หรือที่เขาเรียกว่า "ครีเอเตอร์" ไปจนถึงผู้ชมวิดีโอคลิป งานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีงานนี้เป็นสื่อกลางให้ครีเอเตอร์ได้พบกับแฟนๆ ของตัวเอง และได้มีโอกาศมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้พร้อมประสบการณ์ให้คนทั่วไปที่สนใจได้เข้าฟัง และได้นำพาครีเอเตอร์มาเจอกับเจ้าของแบรนด์ที่อาจจะต่อยอดนำไปสู่การทำงานร่วมกันได้ใน อนาคต

งานของ VidCon เคยจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ 2010 โดยพี่น้องตระกูลกรีน คือ แฮงก์ กรีน และ จอห์น กรีน ซึ่งเขาสองคนนี้มีช่องแชนนัลของตัวเองที่ใช้ชื่อ VlogBrothers ที่อยู่บนยูทูปด้วย ยิ่งจัด ขนาดของงานก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
จากงานที่มีคนเข้าร่วมแค่ 1,400 คน ก็เติบโตกลายเป็น 19,500 คนในปีที่แล้ว และมียูทูป (youtube)มาร่วมเป็นสปอนเซอร์หลักด้วย งานนี้กะประมาณคร่าวๆ ด้วยตาเปล่าคิดว่าผู้เข้าร่วมงานกว่า 85% น่าจะเป็นผู้หญิง และเป็นเด็กผู้หญิงที่อยู่ในวัยตั้งแต่ประถมไปจนถึงมัธยมต้นด้วย

กลุ่มผู้มาร่วมงานที่รองลงมาเป็น กลุ่ม LGBT หรือ กลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ ส่วนผู้ชายนั้นดูจะมีน้อยมากกลายเป็นประชากรส่วนน้อยไปเลย บรรยากาศภายในงานดูคึกคักและสนุกสนานร่าเริงเหมือนอยู่ในสวนสนุกผสมรวมกับงานคอนเสิร์ต แววตาของเด็กสาวแต่ละคนฉายแววประกายความตื่นเต้นและความหวังที่จะได้เจอกับครีเอเตอร์ที่ตัวเองชื่นชอบ และถ้าเดินเข้าไปถามพวกเธอเหล่านั้นว่าชอบครีเตอร์คนไหน กลุ่มไหน ช่องไหน แต่ละคนจะรีบตอบชื่อครีเอเตอร์คนโปรดที่ชื่นชอบมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและภาคภูมิใจพอๆ กับที่เราเคยเห็นเด็กในวัยรุ่นจะบ้าคลั่งดารา นักร้อง นักแสดง แบบนั้นเลยที่เดียว

ได้พูดคุยกับครีเอเตอร์หลายคน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านที่ทำวิดีโอสอนทำขนมหวานบนยูทูป (youtube) จนโด่งดัง (My Cupcake Addiction) สามสาวชาวออสเตรเลียที่เดิมทำงานเป็นพนักงานในร้านขายเสื้อผ้าจนมาถึงวันที่ ตัดสินใจอัพโหลดวิดีโอคลิปฮาๆ ของตัวเองลงบนยูทูป (SketchShe) ชายหนุ่มญี่ปุ่นที่อยากโด่งดังมีชื่อเสียงกับเขาบ้างและคิดว่ายูทูปน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด (Hajime) และกลุ่มชายวัยรุ่นห่ามๆฮาๆ ที่มีความฝันอยากเป็นคนทำหนังภาพยนตร์ก็เลยมาเริ่มต้น ด้วยการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในแบบของตัวเองลงบนยูทูป (Racka Racka และ Royal Stampede)

 

โลกคนรุ่นใหม่ วิดีโอคลิป


คนทั้งหมดที่ว่ามานี้ใช้เวลาไม่กี่ปีจากในตอนแรกที่ไม่มีใครรู้จักตัวตนของ พวกเขาบนอินเทอร์เน็ตเลย มาถึงวันที่แต่ละคน แต่ละแชนนัล มียอดคนติดตามเป็นล้านและกลายเป็นคนดังข้ามคืนที่มีคนปรี่เข้ามาทักทายตามท้องถนนโดยที่ไม่ต้องอาศัยการออกทีวีเลย ครีเอเตอร์ทุกคนที่ได้พูดคุยด้วยตอนนี้หันมายึดการทำธุรกิจด้วยการทำวิดีโอบนยูทูป เป็นอาชีพหลักกันหมดแล้ว รายได้หลักๆ การทำธุรกิจของพวกเขามาจากหลายทางด้วยกัน

ทางแรก ก็คือการเป็นพาร์ตเนอร์กับยูทูปในการอนุญาตให้นำโฆษณามาแปะไว้ในคลิปของพวกเขาและแบ่งปันรายได้ค่าโฆษณากัน ทางที่สอง คือเมื่อทำได้ไปสักพักและเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็จะมีแบรนด์ต่างๆ ติดต่อเข้ามา จ้างให้ทำโฆษณาให้ หรือส่งของตัวอย่างมาให้พูดถึงผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ไปจนถึงรายได้ทางที่สามการทำธุรกิจสำหรับครีเอเตอร์ที่โด่งดังมากๆ แล้ว ก็สามารถออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นของตัวเองได้ เช่น ครีเอเตอร์ที่ทำวิดีโอสอนแต่งหน้าก็จะออกเครื่องสำอางคอลเล็กชั่นของตัวเอง ครีเอเตอร์สอนทำอาหารก็จะออกหนังสือรวมสูตรทำอาหารกลายเป็นการทำธุรกิจไม่รู้ตัว

ในขณะที่ครีเตอร์ที่เขาเรียกว่าเป็น "อินฟลูเอนเซอร์" หรือคนที่ทรงอิทธิพลทางด้านความคิดต่อคนในสังคมทั้งหลายก็จะทำสินค้าอย่างเช่น เสื้อยืด หมวก กระเป๋า รองเท้า ที่มีตราโลโก้ของตัวเองออกมาขายดีเป็นเทน้ำเทท่ารายได้และชื่อเสียงทั้งหมดนี่แหละที่ทำให้คนหันมาสร้างแชนนัลของตัวเองบน ยูทูปมากขึ้นเรื่อยๆ และคาดหวังว่าปลายทางจะประสบความสำเร็จเหมือนดั่งครีเอเตอร์แถวหน้าเหล่า นั้น อยากรู้ว่าแต่ละคนที่มาเข้าร่วมงาน VidCon ในครั้งนี้ เป็นใคร มาจากไหน ทำอะไร และมาที่นี้เพราะอะไร ก็เลยเดินขอสัมภาษณ์ไปเรื่อยๆ

อีกหนึ่งเรื่องที่เจอแล้วรู้สึกแปลกประหลาดใจและขำฮาไปพร้อมๆ กันก็คือ สัมภาษณ์เด็กผู้ชาย 3 คน ที่อายุน่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 13-15 ปี และถามคำถามว่า ตอนนี้ดูทีวีหรือดูคอนเทนท์บนอินเตอร์เน็ตมากกว่ากันทั้งสามคนใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการตอบว่า "อินเทอร์เน็ต"  และอธิบายให้ฟังเข้าใจว่าส่วนใหญ่พวกเขาจะใช้เวลาอยู่บนสื่อออนไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม แสน็พแช็ต หรือยูทูปมากกว่า และยืนยันว่าไม่แตะทีวีเลยโดยสิ้นเชิงมาสักระยะหนึ่งแล้ว ถามว่า อ้าว แล้วทุกวันนี้เราติดตามข่าวสาร ข้อมูล จากที่ไหนบ้าง หนึ่งในสามคนสวนกลับมาทันทีว่า "จากพ่อผมครับ" ทำเอาฮากันไปทั้งวงเลยที่เดียว

 

หาเงินได้จาก วิดีโอคลิป

สำหรับคนทำทีวีแบบแน่นอนว่าฟังแบบนี้แล้วก็ต้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทีวีโทรทัศน์ คงยังไม่ล้มหายตายจากไปเร็วๆ นี้แน่ๆ อาจจะถูกนำมาใช้กล้องวงจรปิด เล่นเน็ต ดูบันเทิง เล่นเกมจอใหญ่ ผ่านกล่องทีวีอินเตอร์เน็ต(Internet TV) เช่น กล่องแอนดรอย (Android TV Box)  หรือ กล้อง IP Camera (IP Camera) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนหันไปใช้เวลาอยู่บนอินเตอร์เน็ตมากกว่า นี่เป็นการตอกย้ำให้ต้องรีบปรับตัวว่าทำอย่างไรให้คอนเทนท์ที่เรานำเสนอ สามารถอยู่ได้บนทั้งสองแพลตฟอร์มนั้น เพราะอะไรที่อยู่บนทีวีแล้วโอเค เมื่อนำมาแปะไว้บนอินเตอร์เน็ตอาจจะกลายเป็นยาว ย้วย ไม่น่าสนใจไปเลยก็เป็นได้

สำหรับคนทั่วไปที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ ว่านี่เป็นแรงบันดาลใจที่ดีเลย ครีเอเตอร์ทุกคนบอกว่าไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้ที่รายได้หลักมาจากบนยูทูป แถมยังเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกอีกต่างหาก ซึ่งถ้าหากพวกเขาทำได้ละก้อ เราก็มีโอกาสที่จะทำได้เหมือนกันซิจริงไหม เพียงแค่มีกล้องดี ๆ สักตัวเชื่อมต่อกับ สัญญาณ WiFi จะผ่าน ไวไฟพกพา(Pocket WiFi) หรือแค่มีสมาร์ทโฟนดี ๆ สักเครื่องที่ทำวิดีโอคลิป เจ๋งๆ แล้วอัพโหลดวิดีโอขึ้นยูทูป (youtube) อาจจะกลายเป็นดาราข้ามคืน

สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการมีความคิดและไอเดียเก๋ ๆ ออริจินอลที่ไม่ได้ไปเลียนแบบใครมา ตามมาด้วยการทำอย่างสม่ำเสมอ อัพโหลดวิดีโอคลิปบ่อยๆ บางคนอาจจะให้คำแนะนำที่ดีว่าอย่าเริ่มต้นด้วยการทำเพราะหวังแต่เงิน หรือหวังความดัง แต่คิดว่าถ้าจะเริ่มทำเพราะความต้องการแบบนั้นก็ไม่เห็นจะผิดตรงไหน เลย แต่ถ้าอยากดังและทำเงินได้แบบยั่งยืนก็ต้องหมั่นท่องไว้ว่า คุณภาพที่ดี กับ ความสม่ำเสมอต่อเนื่อง สองอย่างนี้จะทำให้คุณอยู่ได้บนอินเตอร์เน็ตแน่ๆ ส่วนจะดังและรวยไปได้ในระดับไหนอันนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคอนเทนท์ที่นำ เสนอถูกใจ ตรงใจ สะกดติ่ง กระตุ้นต่อม ของคนบนอินเทอร์เน็ตแค่ไหนนั่นแหละ ขอให้ทุกคนโชคดีมีชัยกับการสร้างตัวตนบนโลกอินเตอร์เน็ตกันนะ

Cr. ข่าว ประชาชาติธุรกิจ