Google มีอะไรใหม่ 2016

Google มีอะไรใหม่ 2016

 

Android 7.0 Nougat พร้อมแล้ว
กูเกิล(Google) เปิดให้อัพเดต Android 7.0 Nougat อย่างเป็นทางการแบบ OTA (อัพเดตกลางอากาศ) แล้ว Android 7.0 Nougat จะเป็นเวอร์ชั่นเสถียร และมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ ๆ เด่นๆ อย่างระบบการแจ้งเตือนใหม่ ที่สามารถตอบกลับได้โดยตรงจากฟีเจอร์ Notifications และฟีเจอร์โหมด Multi-tasking ที่สามารถทำงานได้อย่างพร้อมกัน 2 หน้าต่าง ซึ่งทางค่าย iPad ทำได้แล้วตั้งแต่เวอร์ชั่น iOS 9 แต่คราวนี้มันเกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนไม่ใช่อุปกรณ์แท็บเล็ต

อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ (battery-saving)ที่สามารถเปิดโหมดของ lower-energy ได้ทันทีเมื่อมีการปิดหน้าจออุปกรณ์ประหยัดทั้งแบตมือถือและ แบตสำรอง (Power Bank) ฟีเจอร์ปรับปรุงคุณภาพกราฟิกสำหรับเล่นเกม(Vulkan API) ทำให้เกมมีภาพกราฟฟิก 3D ที่สมจริงยิ่งขึ้น และปลายปีจะเสริมฟีเจอร์ Daydream แพลตฟอร์ตความเป็นจริงเสมือน(VR) เข้ามาด้วย นอกจากนี้ทาง กูเกิล(Google) ยังยืนยันว่าสมาร์ทโฟน LG V20 จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat โดยมีกำหนดการเปิดตัวภายในเดือนกันยายนนี้

Android VR ความเป็นจริงเสมือน
เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Virtual reality) หรือเราเรียกย่อๆว่า VR (วีอาร์)  ที่สร้างภาพสามมิติ(3D) จากคอมพิวเตอร์ ให้ผู้ใช้สวมใส่แว่น VR (Virtual reality) สามารถท่องสำรวจอยู่ในโลกเสมือนจริง จากการเปิดตัวความเป็นจริงเสมือน VR (Virtual reality) ของ Oculus Rift จากเฟซบุ๊ก (Facebook) และ Vive จาก HTC แล้วหากกูเกิล(Google)ไม่อยากพลาดโอกาสนี้ที่จะสร้างชื่อ การลงมาลุย VR (Virtual reality)ในเวลานี้จึงเหมาะสมที่สุด

กูเกิล(Google) ส่งระบบปฏิบัติการ Android สำหรับความเป็นจริงเสมือน(VR) ออกมา  Android VR นั้นไม่ได้มีเฉพาะในส่วนของฮาร์ดแวร์เท่านั้นแต่ทางค่าย Google จะเน้นด้านซอฟต์แวร์ที่รองรับให้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย ซึ่งในจุดนี้เป็นการปรับปรุงซอฟต์แวร์ในระดับระบบปฎิบัติการ(OS)  Android ให้รองรับกับระบบการสร้างภาพเสมือนจริง(Virtual reality) โดยตรง ไม่เหมือนกับตัวเดิมอย่าง Google Cardboard ที่เน้นการใช้งานด้านการสร้างภาพเสมือนจริงในระดับแอปพลิเคชันเท่านั้น ข้อดีของการที่มีระบบปฎิบัติการ (OS)ที่รองรับกับการสร้างภาพเสมือนจริงโดยตรงก็คือมันจะสามารถแสดงผลได้เร็วและแน่นอนว่าย่อมทำให้ประสบการณ์การใช้งานนั้นดีกว่าเดิม

รถไร้คนขับ (Driverless Car)
ขณะที่รถไร้คนขับ (Driverless Car) บางกระแสมองว่ารถอัจฉริยะไร้คนขับ(Driverless Car)จะมีบทบาทเด่นในปีนี้ หลังมีการจับมือกับเฟียต ไครสเลอร์ (Fiat Chrysler) นำเทคโนโลยีรถขับเคลื่อนตัวเองอัตโนมัติของกูเกิล(Google)ลงไปติดตั้งในรถตู้รุ่นเล็กแปซิฟิกา(Pacifica) จำนวน 100 คัน สืบเนื่องจากกูเกิล(Google)ไม่สามารถทดสอบรถไร้คนขับได้เร็วพอ หากต้องลงมือปรับปรุงตกแต่งรถทั้ง 100 คันด้วยตัวเอง อีกทั้งความร่วมมือนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทีมของกูเกิล(Google)สามารถแบ่งปันประสบการณ์เทคโนโลยี และข้อมูลกับผู้ผลิตรถตัวจริงอีกด้วย สำหรับรถแปซิฟิกา(Pacifica) ที่กูเกิล(Google)จะนำมาปรับให้เป็นรถไร้คนขับนั้น เป็นรถตู้ขนาดเล็ก ซึ่งจะต้องมีการฝังเรดาร์ เลเซอร์ และ กล้อง IP Camera (IP Camera) หลายตัวเพื่อให้รถไร้คนขับ (Driverless Car) ขับเคลื่อนตัวเองโดยสมบูรณ์

โปรเจกต์สมาร์ทโฟน Tango
จุดยืนของ Project Tango คือ การเป็นโครงการพิเศษที่เป็นผลผลิตจากการซื้อธุรกิจโมโตโรลา โมบิลิตี (Motorola Mobility) โดยกูเกิล(Google)ตัดสินใจนำทีมงานพิเศษซึ่งรับผิดชอบการค้นคิดเทคโนโลยีก้าวหน้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท การจับมือกับเลอโนโว (Lenovo) และอินเทล (Intel) เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเพื่อเดินหน้าผลิตสมาร์ทโฟนภายใต้ โปรเจกต์แทงโก้ นั้น อาจเป็นแค่ความสำเร็จเล็กๆ ของโปรเจกต์ดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ และปีต่อๆ ไป เพราะแท็บเล็ตตัวต้นแบบที่กูเกิล(Google)เคยนำมาโชว์นั้นเป็นเทคโนโลยีที่สามารถแสดงผลการเคลื่อนไหวของวัตถุรอบด้านได้ในรูปแบบสามมิติ(3D) แบบเรียลไทม์อย่างแม่นยำ

การนำรูปแบบสามมิติ(3D) แบบเรียลไทม์มาใช้งานในอนาคตจึงเหมาะทั้งในด้านแผนที่สามมิติ(3D)ที่นำทางได้รอบด้านกว่าเดิม หรืองานด้านออกแบบภายใน ระบบติดตามตัวบุคคลในอาคาร หรือแม้กระทั่งระบบช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา กูเกิล(Google) หวังว่า แทงโก้จะช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชัน และบริการด้านความเป็นจริงเสมือน(VR) ได้อีกมากมาย เช่น การพัฒนาเกมให้ตัวคาแร็กเตอร์สามารถซ่อนอยู่หลังวัตถุของจริงได้ พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับพิพิธภัณฑ์ที่สามารถแสดงผลแอนิเมชันสามมิติขึ้นมาเมื่อผู้เยี่ยมชมเดินเข้ามาในฮอลล์ หรือร้านค้าปลีกที่สามารถแสดงเส้นทางให้ผู้ซื้อไปหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง

Google Chirp คู่แข่ง Amazon Echo
เปิดตัวคู่แข่ง Amazon Echo อย่าง Chirp จากกูเกิล ซึ่งกูเกิล(Google) เชื่อว่า จะเปลี่ยนโฉมหน้าของคอมพิวเตอร์ในอนาคตอย่างสิ้นเชิง เพราะ Chirp ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Google Home จะรับคำสั่งด้วยเสียงเพื่อนำไปปฏิบัติตาม ไม่จำเป็นต้องสั่งงานผ่านเมาส์ หรือคีย์บอร์ดอีกต่อไป ซึ่ง Chirp จะทำให้สิ่งที่ ซีอีโอ กูเกิล(Google) อย่าง Sundar Pichai เคยกล่าวไว้ว่าคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่คอยช่วยเหลือในการทำงานของมนุษย์ในทุกๆ ด้าน เรากำลังจะเปลี่ยนจากโลก Mobile-first ไปสู่โลกของ AI-First (Artificial Intelligence) ใกล้เข้าสู่ความจริงมากขึ้น


Cr.ข่าว Positioning,Flashfly