แผ่นดินไหว รู้ล่วงหน้า ได้ไหม ?

 แผ่นดินไหว รู้ล่วงหน้า ได้ไหม ?

สืบเนื่องจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกินในประเทศเนปาล สึนามิที่ญี่ปุ่น แผ่นดินไหวเร็ว ๆ นี้ที่แคว้นอาเรกีปา ทางใต้ของประเทศเปรู และล่าสุดเหตุแผ่นดินไหวที่รัฐควีนส์แลนด์ ของประเทศออสเตรเลีย สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ หรือ แผ่นดินไหวพม่า แผ่นดินไหวที่อิตาลี เร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลจากทีมวิจัยแผ่นดินไหวจากห้องทดลอง Jet Propulsion Laboratory (JPL) ขององค์การนาซ่าในเมืองพาซาเดนา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย  รู้ล่วงหน้าแผ่นดินไหว ในอนาคตได้ โดยระบุว่า พบข้อมูลสำคัญทางวิทยาศาสตร์ตลอดจนข้อมูลที่ได้จากเรดาร์และระบบตามรอยจีพีเอส(GPS) ที่ รู้ล่วงหน้าได้ว่า มีโอกาสเป็นไปได้สูงถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ ที่อาจเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงใต้พื้นดิน ที่เป็นที่ตั้งปัจจุบันของนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากนี้ หรือ อาจก่อนถึงเดือน เมษายน ปี ค.ศ. 2018

รู้ล่วงหน้า ลอสแองเจลิส
ทางด้าน ดร.แอนเดรีย ดอนเนลแลน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจีโอฟิสิกส์แห่งห้องทดลอง JPL องค์การนาซ่า ออกมายอมรับโดยตรงว่า พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากพิภพยังไม่หมด จากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดในเมืองลา ฮาบรา มีพลังมากพอที่สามารถ รู้ล่วงหน้า ทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหม่ที่อาจมีความรุนแรงสูงถึงระดับ 6.1-6.3 ตามค่ามาตราแมกนิจูดในพื้นที่ทางตอนใต้ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือตัวเมืองลอสแองเจลิสนั้น มีโอกาสที่ต้องเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรง ตั้งแต่ระดับ 5.0 แมกนิจูดขึ้นไปในระยะ ภายใน 2 ปีข้างหน้า ท่ามกลางกระแสข่าวแผ่นดินไหวรอบๆ โลกและข่าวลือในจังหวะผู้คนตื่นตระหนกต่อปรากฏการณ์และการคาดการณ์ รู้ล่วงหน้าแผ่นดินไหวดังกล่าว ลองมาฟังนักวิทยาศาสตร์อธิบายปรากฎการธรรมชาตินี้ว่าเป็นอย่างไร แล้วในประเทศไทยจะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเหมือนสึนามิ ปี 2547 ที่ผ่านมาไหม

ศาสตร์แผ่นดินไหวและสึนามิ
ศาสตร์ด้านแผ่นดินไหวเป็นศาสตร์ที่มีความซับซ้อน เพราะแผ่นดินไหวนั้นเกิดจากการที่โลกไม่ได้เป็นเนื้อเดียว โลกมีหลายแผ่นเปลือกโลก แต่ละแผ่นเปลือกโลกก็มีคุณสมบัติทางเคมี คุณสมบัติฟิสิกส์ที่ต่างกัน เมื่อพูดถึงแผ่นดินไหวในเมืองไทยจะหมายถึง 2 ส่วน คือ ส่วนของการศึกษาทางด้านธรณีวิทยา ดูในเรื่องรอยเลื่อน และส่วนที่ศึกษาข้อมูลแผ่นดินไหวและนำข้อมูลมาวิเคราะห์  แล้วสร้างแบบจำลอง  รู้ล่วงหน้าเหตุแผ่นดินไหวได้ ดังนั้น เมื่อศึกษาแบบจำลองการเกิดแผ่นดินไหวของบริเวณหนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าแบบจำลองบริเวณนั้นจะนำมาใช้เป็นตัวแทนของบริเวณอื่นได้ ยกตัวอย่างลักษณะทางธรณีวิทยาของ จ.ภูเก็ตที่แตกต่างจากจ.เชียงใหม่ ดังนั้นเราไม่สามารถเอาแบบจำลองการเกิดแผ่นดินไหวที่ภูเก็ตไปใช้สมมติกับที่เชียงใหม่ได้  

ซึ่งรอยเลื่อนทุกๆรอยเลื่อนในไทยมีศักยภาพที่อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหวเกือบ 7 ได้แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ตรงไหน หากเกิดในป่าเขาก็ไม่เกิดผลกระทบมากนัก แต่ถ้าแผ่นดินไหวขยับเข้ามาใกล้เมืองมากขึ้น ผลกระทบก็จะเยอะขึ้นตามมา ฉะนั้นเราต้องศึกษาให้เยอะมากที่สุด นั่นคือสิ่งหนึ่ง แต่ข้อจำกัดการศึกษาแผ่นเปลือกโลกของเราคือ เราศึกษาลงไปได้ไม่ลึกมากนัก เราเจาะหลุมสำรวจลงไปลึกประมาณ 7 กิโลเมตร หลังจากนั้นเจาะลงไปไม่ได้แล้ว ดังนั้น สิ่งที่ทำต่อคือการเอาข้อมูลที่ได้มาสร้างแบบจำลองเพื่อให้เกิดภาพ  ผศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ นักธรณีฟิสิกส์ จาก ม.เกษตร กล่าว

งานวิจัยแผ่นดินไหวและสึนามิ
งานวิจัยจากรั่วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ผศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ นักธรณีฟิสิกส์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะ แผ่นดินไหวและธรณีแปรสัณฐานของโลก (SEIS-SCOPE) จากภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ศึกษาค้นคว้าแผ่นดินไหวด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสำรวจ เครื่องมือตรวจวัด เครื่องมือวัดละเอียด และวัดค่าต่างๆ ของพื้นดิน เครื่องมือวัดขนาดต่าง ๆ อาทิ ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) เครื่องวัดแสง (LUX Meter) เวอร์เนียร์ดิจิตอล (Vernier Caliper) ฯลฯ งานกว่าครึ่งของผศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์เป็นเรื่องแผ่นดินไหว ขณะเดียวกันการศึกษาแผ่นดินไหวนั้นก็ใช้หลายๆ ศาสตร์ ทั้งศาสตร์ทางด้านธรณีฟิสิกส์  ด้านธรณีวิทยา ด้านวิศวกรรมร่วมด้วย ศาสตร์การวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหวต่าง ๆ สามารถ รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่ตรงไหน
       
เรื่องแผ่นดินไหวนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงของโลกส่วนหนึ่ง ฉะนั้นจึงต้องศึกษาหลายๆ อย่าง ในเรื่องลักษณะการเกิดแผ่นดินไหว ลักษณะการเกิดรอยเลื่อน โครงสร้างใต้แผ่นเปลือกโลก โดยเน้นที่ประเทศไทยเป็นหลัก แกะรอยดูว่ารอยเลื่อนแต่ละรอยเลื่อนนั้นมีพลังมากน้อยแค่ไหน มีเก็บหลักฐานการเกิดแผ่นดินไหวในอดีตมาก่อนไหม และมีศักยภาพที่จะให้เกิดแผ่นดินไหวในอนาคตมากน้อยแค่ไหน ด้วยการอาศัยเครื่องมือทางธรณีฟิสิกส์ ในเรื่องแผ่นดินไหวจำเป็นที่ต้องมีแบบจำลอง หากไม่มีแบบจำลองแล้วก็ทำได้แค่คาดเดา รวมทั้งมีความพร้อมเรื่องเครื่องมือสำหรับบันทึกข้อมูลพื้นฐานเพื่อนำไปวิเคราะห์แผ่นดินไหว

วางแผนป้องกันแผ่นดินไหวและสึนามิ
ตัวอย่างการศึกษาเรื่องแผ่นดินไห วสึนามิ ในต่างประเทศอย่างเช่นในสหรัฐฯ องค์การนาซ่า นั้นเขามีข้อมูลมากพอสำหรับทำนายได้เลยว่าในอนาคตข้างหน้านั้นจะมีโอกาสเกิดสึนามิ แผ่นดินไหวกี่เปอร์เซนต์ ที่ไหนบ้าง เช่น มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 มากกว่า 60% ในอีกรอบ 30 ปีข้างหน้า หรือ ที่ รู้ล่วงหน้าได้ว่า มีโอกาสเป็นไปได้สูงถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา มีโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวมากกว่าไม่เกิด ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากนี้ (ค.ศ. 2018) เป็นต้น ซึ่งข้อมูลแผ่นดินไหวเชิงนโยบายนี้ให้รัฐบาลนำไปบริหารจัดการล่วงหน้าได้ เช่น การออกกฏหมายกำหนดสิ่งก่อสร้างเพื่อรองรับแผ่นดินไหว กฎหมายการประกันภัย แผ่นดินไหว เป็นต้น จริง ๆ แผ่นดินไหวนั้นไม่เคยฆ่าคนหรอก อาคารต่างหากที่ฆ่าคน เพราะฉะนั้นคนที่เสียชีวิตทั้งหมดนั้นเกิดมาจากอาคารที่หล่นมาทับนั้นเอง

Cr.ข่าวไทยรัฐ,ผู้จัดการ