เข้าฤดูหนาว 2559 โลกหมุนช้าลง 

เข้าฤดูหนาว 2559
สำหรับประเทศไทยในวันที่ 22 กันยายน 2559 ดวงอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเวลาประมาณ 06:07 น. และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก เวลาประมาณ 18:14 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) ซึ่งหลังจากนี้ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่เฉียงลงทางใต้เรื่อยๆ และหยุดที่จุดใต้สุด ในวันที่ 21 ธันวาคม 2559 จากนั้นจะค่อยๆ เคลื่อนที่เฉียงขึ้นทางเหนืออีกครั้งหนึ่ง ในหนึ่งปีจะมีวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี เพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) ประมาณวันที่ 20 หรือ 21 มีนาคม และ วันศารทวิษุวัส (Autumnal Equinox) วันที่ 22 หรือ 23 กันยายน ทำให้เป็นวันที่มีเวลากลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน

 

ฤดูหนาว กลางวันสั้นกว่ากลางคืน
โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี ทำให้ในรอบหนึ่งปี โลกจึงมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน ช่วงที่ใกล้ที่สุดประมาณต้นเดือนมกราคม (147 ล้านกิโลเมตร) ช่วงที่ไกลที่สุดประมาณต้นเดือนกรกฎาคม (152 ล้านกิโลเมตร) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของระยะทางใกล้-ไกล ในการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ถือเป็นอัตราส่วนที่น้อยมากจึงไม่มีผลต่อการเกิดฤดูกาลแต่อย่างใด แต่การที่แกนหมุนของโลกเอียงทำมุม 23.5 องศา กับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ พื้นที่ต่าง ๆทั่วโลก จึงรับแสงอาทิตย์ได้ในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ทำให้มีอุณภูมิต่างกัน รวมถึงมีระยะเวลากลางวันและกลางคืนที่ต่างกันด้วย เป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลก เช่น ฤดูหนาว กลางวันสั้นกว่ากลางคืน จะสังเกตได้ว่า ในฤดูร้อน เวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้า ส่วนในฤดูหนาว กลางวันสั้นกว่ากลางคืน เวลากลางคืนจะยาวนานกว่า ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าและตกเร็ว

 

เวลา 24 ชั่วโมง ที่ไม่เท่ากัน
ความยาวของเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันที่ไม่เท่ากันนั้นได้รับอิทธิพลมาจากหลายปัจจัย โดยส่วนใหญ่ก็มาจากบรรยากาศของโลก นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศประจำวันและในแต่ละฤดูกาลก็มีผลต่อความยาวของวันได้ในระดับไม่กี่มิลลิวินาทีได้เช่นกัน ปัจจัยอื่นๆก็ได้แก่ พลวัติของใจกลางของโลก (ที่กินเวลายาวนาน) ความผันผวนของชั้นบรรยากาศและมหาสมุทร น้ำใต้ดิน ชั้นน้ำแข็ง (ในระยะหลายเดือนจนถึงหลายสิบปี) แรงไทด์ในมหาสมุทรและบรรยากาศ ความแปรปรวนของบรรยกาศเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนินโญ่ก็ทำให้เวลา 24 ชั่วโมง ที่ไม่เท่ากันเพราะโลกหมุนช้าลง 1 วินาทีเล็กน้อยได้เช่นกัน ทำให้เกิดระยะเวลาของเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันยาวขึ้น 1 มิลลิวินาที

 

เวลา โลกหมุนรอบตัวเอง
นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบว่า โลกหมุนรอบตัวเองนั้นใช้เวลานานเพียงใดจึงหมุนรอบตัวเองได้ครบ ไม่ได้ใช้ เครื่องวัดแสง (Lux Meter)มาใช้ แต่โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า Very Long Baseline Interferometry (VLBI) อันเป็นเครื่องมือที่ประจำอยู่ที่เครือข่ายสถานีทั่วโลก แล้วมาวิเคราะห์ข้อมูลเวลา โลกหมุนรอบตัวเองครบรอบที่ได้มา เวลามาตราฐานที่เรียกว่า Universal Time 1 หรือ UT1 นั่นขึ้นอยู่กับการวัดโลกหมุนรอบตัวเองจาก VLBI เวลา UT1 ไม่ได้มาจากนาฬิกาอะตอมซีเซียม และไม่ได้มาจาก เครื่องวัดแสง (Lux Meter) ดังนั้น เวลา UT1 กับ UTC อาจจะไม่ตรงกันได้ จึงได้มีการทดเวลาไว้เมื่อจำเป็นเพื่อให้เวลามาตรฐานทั้งสองนั้นตรงกัน โดยผู้ที่ตัดสินใจทดเวลานี้คือ ศูนย์บริการระบบอ้างอิงและการหมุนรอบตัวเองของโลก

 

โลกหมุนช้าลง 1 วินาที
ดาเนียล แม็กมิลแลน นักวิจัยที่ศูนย์อวกาศกอดดาร์ด องค์การบริการการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐฯ หรือนาซา เผย วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558 (ค.ศ 2015) ที่ผ่านมาแล้ว ได้มีการประกาศให้เวลายาวขึ้น 1 วินาที เนื่องจากโลกหมุนช้าลง 1 วินาทีเล็กน้อยนั่นเอง การที่หมุนของโลกนั้นช้าลง 1 วินาที เล็กน้อย ดังนั้น การทดเวลาเป็นวินาทีน่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เวลา 1 วันคิดเป็น 86,400 วินาที ซึ่งเป็นเวลามาตรฐานที่เราใช้กับโลกหรือที่เรียกว่า Universal Time หรือ UTC เป็นเวลาที่ได้มาจากนาฬิกาอะตอมของซีเซียมที่นักวิทยาศาสตร์ทำการวัดการสั่นของพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าของอะตอม การสั่นนี้มีความเชื่อถือได้ว่ามีความแม่นยำระดับคลาดเคลื่อน 1 วินาทีทุกๆ 1,400,000 ปี

 

ทดเวลาโลก 31 ธันวาคม
ปกติแล้ว เวลาที่ทดกรณีโลกหมุนช้าลง 1 วินาทีเล็กน้อย จะถูกใส่เพิ่มในวันที่ 30 มิถุนายน หรือ 31 ธันวาคม ปกติแล้ว เวลาจะเปลี่ยนจาก 23:59:59 ไปเป็น 00:00:00 ของอีกวันหนึ่ง แต่หากมีการทดเวลาเพิ่มในวันที่ 30 มิถุนายน เวลา UTC จะเปลี่ยนจาก 23:59:59 ไปเป็น 23:59:60 แล้วจึงเปลี่ยนเป็น 00:00:00 ของวันที่ 1 กรกฎาคม แต่ในทางปฏิบัติ ระบบหลายๆระบบจะใช้วิธีปิดระบบไว้ 1 วินาทีเพื่อเปลี่ยนเวลาแทน แต่อย่างไรก็ตาม หากเรานับวันตามดวงอาทิตย์ ระยะเวลาของวันจะตรงกับว่าโลกนั้นใช้เวลาหมุนรอบตัวเองนานเพียงใด ซึ่งเท่ากับ 86,400.002 วินาที เนื่องจากว่าโลกค่อยๆหมุนรอบตัวเองช้าลงเพราะแรงที่มาจากความโน้มถ่วงระหว่างโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ประมาณกันว่า โลกนั้นหมุนรอบตัวเองใช้เวลา 86,400 วินาทีมาตลอดตั้งแต่ปี 1820 จนถึงปัจจุบัน

 

เวลา & เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
การทดเวลาก่อนหน้านี้เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและระบบคอมพิวเตอร์หลายๆระบบ และบางครั้งก็มีการเรียกร้องให้มีการหยุดการทดเวลา เหตุผลหนึ่งก็คือ ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าเลยว่าจะมีการขอร้องให้ทดเวลาเพิ่มขึ้นตอนไหน นับตั้งแต่ปี 1972 ที่มีการทดเวลาระดับวินาทีขึ้นครั้งแรกจากการที่โลกหมุนช้าลง 1 วินาที จนถึงปี 1999 ก็มีการทดเวลาเฉลี่ยนประมาณ 1 วินาทีต่อปี นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีการทดเวลากันน้อยลง และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2000 ที่มีการทดเวลาหนึ่งวินาที (ก่อนหน้าปี 1972 ใช้วิธีการทดเวลาแบบอื่น) ปัจจุบัน ได้มีข้อเสนอให้มีการยกเลิกการทดเวลาวินาทีนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แต่คาดว่าจะยังไม่มีการตัดสินใจกันจนกว่าจะถึงปลายปี ที่สมาพันธ์โทรคมนาคมนานนาชาติ ขององค์การสหประชาชาติ จะตัดสินใจเรื่องนี้

Cr.วิชาการ