ข่าวดี สอบ ใบขับขี่ ได้แล้ว 130 แห่งทั่วไทย


ข่าวดี สอบ ใบขับขี่ ได้แล้ว 130 แห่งทั่วไทย


การจะขับขี่ยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์, รถกระบะ, รถจักรยานยนต์, รถเมล์, รถแท็กซี่ หรืออะไรก็ตามบนถนนสาธารณะ คนที่ขับขี่จะต้องมีใบขับขี่ติดตัวตลอดเวลาที่มีการขับรถ โดยเฉพาะรถยนต์สาธารณะจำเป็นต้องมีการบันทึกลงระบบ GPS ด้วย เครื่องรูดบัตร แถบแม่เหล็ก เพือตรวจสอบผู้ขับขี่และระยะเวลาการขับรถสาธารณะ ในปัจจุบัน ขั้นตอนการขอมีใบอนุญาตการขับขี่ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เนื่องจากกฎหมายใหม่ระบุเอาไว้ว่า ผู้ที่ทำการขอใบอนุญาตขับขี่ใหม่ จะต้องผ่านการอบรมจากทางกรมการขนส่งทางบกอย่างน้อย 5 ชั่วโมง ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาต ดังนั้นถ้าใครที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน ก็ต้องเข้าอบรม 5 ชั่วโมงทุกคน


อบรมและสอบใบขับขี่
ผู้ที่ทำการขอใบอนุญาตขับขี่ใหม่ จะต้องผ่านการอบรมจากทางกรมการขนส่งทางบกอย่างน้อย 5 ชั่วโมง เมื่อผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเริ่มขั้นตอนการอบรมได้เลย โดย 5 ชั่วโมงนี้ ก็จะมีทั้งทางเจ้าหน้าที่มาบรรยายให้ความรู้เรื่องสัญญาณจราจร, ป้ายจราจรต่าง ๆ และมีการเปิดวีดีโอรูปแบบต่าง ๆ ทั้งภาพการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง, ภาพการสัมภาษณ์คนที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ, คลิปการขับรถปลอดภัย เป็นต้น ผู้ขอใบอนุญาตก็นั่งดูกันไปจนครบ 5 ชั่วโมง เป็นอันเสร็จพิธี

 

ทำใบขับขี่ ได้แล้ว ที่ สถาบันการศึกษา 130 แห่ง ทั่วประเทศ ดังนี้
ข่าวดี ทำใบขับขี่ แถบแม่เหล็ก เพิ่มทางเลือกอบรมภาคทฤษฎี ไม่ต้องไปถึงขนส่ง กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ หรือ ใบขับขี่แถบแม่เหล็ก และขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ ด้วยการเปิดทางเลือกให้ประชาชนสามารถสมัครเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีกับ คลิก >>> สถาบันการศึกษาของภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 130 แห่ง ที่มีความตกลงกับกรมการขนส่งทางบก โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีกับสำนักงานขนส่งเพียงอย่างเดียว โดยประชาชนที่จะเข้ารับการอบรมสถาบันการศึกษาจำนวน 130 แห่งทั่วประเทศ


สอบ ใบขับขี่ชั่วคราว & การต่ออายุใบขับขี่
อย่างไรก็ตาม หลักสูตรในการอบรมสำหรับผู้ขอรับใบขับขี่ชั่วคราว จะมีระยะเวลา 5 ชั่วโมง และหลักสูตรสำหรับขอต่ออายุใบขับขี่ จะมีระยะเวลา 1 ชั่วโมง รวมถึงการขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ กรณีใบเดิมสิ้นอายุเกิน 1 ปี หรือสิ้นอายุ 3 ปีด้วย โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับหนังสือรับรองผ่านการอบรม สำหรับนำมายื่นแสดงเป็นหลักฐานขอเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ทดสอบข้อเขียนระบบ E-Exam และทดสอบขับรถ ตามระเบียบที่กรมการขนส่งทางบก กำหนด ก่อนที่จะได้รับ ใบขับขี่ แถบแม่เหล็ก ทีมีข้อมูลผู้ขับขี่อยู่บนแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตร ส่วนเจ้าพนักงานและกรมขนส่ง สามารถตรวจสอบประวัติผูัขับขี่ก็สามารถทำได้ด้วยการใช้ เครื่องรูดบัตร อ่านข้อมูลประวัติบนแถบแม่เหล็กหลังบัตร


ระวัง ใบขับขี่ แถบแม่เหล็ก ปลอม
ทั้งนี้การเพิ่มทางเลือกอบรมหลักสูตรภาคทฤษฎีกับหน่วยงานภายนอก นอกจากจะเพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนแล้ว ยังมุ่งเน้นให้ผู้ขอรับใบขับขี่มีความรู้ในการขับขี่อย่างปลอดภัย ตระหนักและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ การดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับขี่ต้องติดต่อด้วยตนเองทุกขั้นตอน ดังนั้น อย่าหลงเชื่อติดต่อกับบุคคลภายนอกที่อาสาดำเนินการแทนหรือแอบอ้างว่าจะได้รับใบขับขี่ แถบแม่เหล็ก โดยไม่ต้องผ่านการอบรมหรือไม่ต้องทดสอบอย่างเด็ดขาด นอกจากจะสูญเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นแล้ว อาจสูญเสียเอกสารหลักฐานสำคัญ ที่สำคัญจะได้รับใบขับขี่ แถบแม่เหล็กปลอมที่ไม่ได้ออกให้โดยหน่วยงานราชการ


Cr.ไทยรัฐ,Autodeft