นวัตกรรม ตรวจเลือด บน กระดาษจิ๋ว

 

นวัตกรรม ตรวจเลือด บน กระดาษจิ๋ว

 

สองนักวิจัยจุฬาฯ พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์เป็นเครื่องตรวจวัดทางการแพทย์จากเลือด สู่อุปกรณ์ปฏิบัติการตรวจเลือดบนกระดาษจิ๋ว วัดผลเบาหวาน หมู่โลหิต เม็ดเลือด ฯลฯ สร้างห้องแล็บจิ๋วต้นทุนถูก ใช้งานง่าย เหมาะใช้ในพื้นที่ห่างไกล เตรียมต่อยอดสู่การตรวจวัดทางคลินิกอื่นๆ เพื่อพัฒนาเครื่องมือแพทย์เพื่อใช้สำหรับทางการแพทย์ เพื่อใช้ร่วมกับเครื่องมือแพทย์อื่น ๆ อาทิ เครื่องวัดความดัน (Blood Pressure Monitor) เครื่องวัดออกซิเจน (Pulse Oximeter) เครื่องตรวจสุขภาพ ฯลฯ

 

เครื่องมือแพทย์ จิ๋ว ราคาถูก
เมื่อการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการตรวจวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาโรค แต่กระบวนการตรวจวัดสิ่งส่งตรวจ โดยเฉพาะเลือด มีขั้นตอนที่ซับซ้อน ใช้เวลาเตรียมสารเคมีและใช้อุปกรณ์ราคาแพง ปัญหาดังกล่าวจุดประกายให้ นักวิจัยเต็มศิริ ทรงเจริญ นักวิจัยโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผศ.วนิดา หลายวัฒนไพศาล อาจารย์ที่ปรึกษา คปก. มองหาเครื่องมือแพทย์ จิ๋ว เพื่อใช้ทางการแพทย์ทดแทนและมี ราคาถูก ที่จะลดขั้นตอนการตรวจให้เร็วและง่ายขึ้น

 

เครื่องมือแพทย์ จิ๋ว (Lab-on-Paper) ตรวจหาผลเลือด
งานวิจัยเครื่องมือแพทย์ จิ๋ว แล็บออนเปเปอร์ (Lab-on-Paper) จึงเกิดขึ้นจากโครงการวิจัยการพัฒนาอุปกรณ์ปฏิบัติตรวจเลือดบนกระดาษจิ๋วสำหรับการตรวจวัดสารบ่งชี้ชีวภาพจากเลือด ตรวจวัดปริมาณกลูโคสจากเลือด การตรวจวัดหมู่โลหิต หรือการตรวจหาภาวะโรคเบาหวาน งานวิจัยเพื่อทุกพื้นที่ห่างไกล นักวิจัยเต็มศิริ อธิบายว่า เครื่องมือแพทย์ จิ๋ว (Lab-on-Paper) นี้เลือกใช้ตรวจเลือดบนกระดาษจิ๋วมาสร้างพื้นที่ชอบน้ำและไม่ชอบน้ำ โดยทั่วไปจะใช้น้ำยาพิเศษสร้างลวดลายบนกระดาษเพื่อทำขอบเขตพื้นที่ไม่ชอบน้ำ สร้างพื้นที่การทำปฏิกิริยาของสารที่มีต้นทุนสูงถึง 6 หมื่นบาทต่อลิตร

 

นวัตกรรม ตรวจผลเลือด บน กระดาษ
นักวิจัยกล่าวว่า ได้มองหาวัตถุดิบที่ใช้งานได้เหมือนกันในราคาถูกกว่า กระทั่งพบว่า สามารถนำขี้ผึ้งมาประยุกต์ใช้ได้เหมือนกัน อีกทั้งราคาถูกกว่ามากหรือเพียงหลักสิบบาทต่อกิโลกรัม และหาซื้อได้ง่ายในประเทศ หลังจากนั้น ทีมพัฒนาจะตรึงน้ำยาเพื่อใช้ในการตรวจเลือดบนกระดาษจิ๋วก็พร้อมนำไปใช้ตรวจวิเคราะห์ได้ผล แล็บตรวจเลือดบนกระดาษจิ๋วนี้สามารถตรวจวัดสิ่งส่งตรวจที่เป็นเลือดได้ทันที โดยหยดเลือดลงบนกระดาษในส่วนที่ใช้แยกเลือด พลาสมาจะแยกตัวออกจากเม็ดเลือด และไหลไปทำปฏิกิริยากับน้ำยาที่ตรึงไว้บนกระดาษในส่วนที่ใช้ตรวจวัด ส่วนสีที่แสดงผลบนกระดาษจะเป็นตัวบ่งชี้การตรวจวัด หรืออาจนำภาพถ่ายการทำปฏิกิริยามาวิเคราะห์ต่อได้

 

ผลการตรวจเลือด ต้นทุนต่ำ คุณภาพเยี่ยม
ห้องปฏิบัติการตรวจเลือดบนกระดาษจิ๋วนี้มีจุดเด่นคือ ราคาถูก ขนาดเล็ก เบา ใช้น้ำยาตรวจวัดและสิ่งส่งตรวจปริมาณน้อย แต่สามารถใช้งานง่าย ไม่ต้องเตรียมสิ่งตัวอย่างหรือเตรียมสารต่างๆ ให้ซับซ้อนก่อนตรวจวัด สามารถใช้อุปกรณ์ที่มีในห้องปฏิบัติการ แต่ประสิทธิภาพในการแยกเลือดครบส่วนได้โดยใช้อุปกรณ์ตรวจวัดบนกระดาษในขั้นตอนเดียว นอกจากนี้ผลการทดสอบตรวจเลือดบนกระดาษจิ๋วเทียบกับการตรวจวัดด้วยวิธีมาตรฐานในห้องปฏิบัติการพบว่า ไม่แตกต่างกันในทางสถิติ ทำให้ผลงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมาก ด้วยต้นทุนที่ถูกและวิธีการใช้ที่ไม่ซับซ้อน ทำให้สามารถใช้ในพื้นที่ห่างไกล การทำงานในภาคสนามที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ยังเข้าไม่ถึง นักวิจัยเต็มศิริ กล่าว

 

ตรวจน้ำตาล เบาหวาน ราคาถูก
ทีมงานยังมีแผนจะพัฒนาเพิ่มเติมในแง่ของโปรแกรมอ่านความเข้มของสี ที่จะสามารถแปลงค่าสีเป็นตัวเลขทำให้การอ่านผลแม่นยำขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมีความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ด้านการพัฒนาโปรแกรม นอกจากนี้ แล็บตรวจเลือดบนกระดาษจิ๋วนี้ยังสามารถต่อยอดพัฒนาตรวจวัดทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ได้อย่างหลากหลาย เช่น การตรวจวัดปริมาณกลูโคสจากเลือด การตรวจวัดหมู่โลหิต ตรวจน้ำตาล เบาหวาน หรือการตรวจหาภาวะโรคเบาหวานผ่านค่าโปรตีนของตับ เป็นต้น

 

โครงการ สร้างดอกเตอร์ไทย พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ ใหม่ ๆ
คปก.สร้างดอกเตอร์ไทย ทั้งนี้ โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก หรือ คปก.ดำเนินการภายใต้การกำกับดูของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือ สกว. พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ ใหม่ ๆ ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2539 เนื่องจากพบว่า ประเทศไทยขาดแคลนนักวิจัยอย่างรุนแรงทำให้ระบบวิจัยของประเทศอ่อนแอมาก จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนนักวิจัย เพียง 9 คนต่อประชากร 10,000 คน ขณะที่ประเทศที่เจริญแล้วมีจำนวนนักวิจัยมากกว่าประเทศไทย 10 เท่า

 

โครงการ นักวิจัยปริญญาเอก
คปก.มีเป้าหมายที่จะผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอก 5,000 คน ภายใน 15 ปีในระยะที่ 1 และหากการดำเนินการในระยะที่ 1 ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จะให้ดำเนินการในระยะที่ 2 ซึ่งมีเป้าหมายที่ 20,000 คนภายในเวลา 15 ปีเช่นกัน ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2541 ถึงปัจจุบัน สามารถผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีบทบาทในการพัฒนาประเทศกว่า 2,300 คน นับได้ว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากขาดงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์และยอมรับในระดับสากลกว่า 5,700 เรื่อง ซึ่งสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากคุณภาพของอาจารย์และนักศึกษาที่เข้าสู่โครงการมีคุณภาพสูงมาก มีความร่วมมือกับอาจารย์ที่ปรึกษาต่างประเทศที่มีคุณภาพกว่า 2,700 คน จาก 45 ประเทศ

 

Cr.Eureka