กล่องแอนดรอย Mi Box

กล่องแอนดรอย


หลังจากที่ก่อนหน้านี้ บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีนแผ่นดินใหญ่ เสี่ยวหมี่ (Xiaomi) ได้เข้ามาเปิดตัวในตลาด Accesories ประเภทหูฟัง แบตสำรอง (Power Bank) และสมาร์ทวอทช์สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่ายังเป็นตลาดที่จิ๊บๆ และไม่ได้ใช้วัดศักยภาพของบริษัทได้แต่อย่างใด มาในวันนี้ ทางบริษัทได้ตัดสินใจส่ง กล่องแอนดรอย (Android TV Box) ในนาม “Mi Box” ลงชิงชัยในตลาดสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยจะจำหน่ายผ่านร้านวอลมาร์ต ทั้ง 4,000 สาขา พร้อมทั้งระบุว่า นี่แหล่ะ Android TV Box ตัวจริง

Android TV ค่าย เสี่ยวหมี่       
ผู้บริหารของเสี่ยวหมี่ (Xiaomi)  บาร์รา  เผยว่า อุปกรณ์ กล่องแอนดรอย (Android TV Box)  ดังกล่าวรันบนระบบปฏิบัติการ Android TV 6.0 และมีแอพพลิเคชั่นประมาณ 12 ตัวที่ติดตั้งมากับ กล่องแอนดรอย (Android TV Box)ดังกล่าว ในจำนวนนี้มีชื่อของแอพพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง Netflix, Hulu, Showtime, Pandora, CBS News และแอพพลิเคชั่น ESPN ด้วย แถมยังใส่แอพพลิเคชั่น Sling TV มาให้พร้อมกัน เพื่อให้ผู้รับชมชาวอเมริกันสามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ได้ด้วย นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นโปรดักต์ชิ้นแรกของบริษัทในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางเสี่ยวหมี่ ระบุว่า กล่องแอนดรอย (Android TV Box)  ในนาม " Mi Box " จะจำหน่ายในราคา 69 เหรียญสหรัฐ โดยรองรับภาพระดับ 4K (60 เฟรมต่อวินาที) มาพร้อมรีโมตบลูทูธแบบมีไมโครโฟน สำหรับการค้นหาด้วยเสียง (เทคโนโลยีของกูเกิล)

ความร่วมมือกับ กูเกิล ร้านวอลมาร์ต      
บาร์รา ผู้บริหารของเสี่ยวหมี่ (Xiaomi) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน  ระบุว่า เสี่ยวหมี่ มีการทำงานร่วมกับกูเกิล อย่างใกล้ชิดมากในโปรเจกต์ Mi Box นี้ แถมยังได้รับความช่วยเหลือจากพนักงานกูเกิล ร่วมทดสอบอุปกรณ์เวอร์ชั่นเบต้าเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงเท่านั้น กูเกิลยังเป็นคนแนะนำร้านวอลมาร์ต ให้กับเสี่ยวหมี่ด้วย  อย่างไรก็ดี เสี่ยวหมี่ ในตอนนี้ยังไม่มีสำนักงานในสหรัฐอเมริกา มีเพียงพนักงานไม่กี่คนที่อยู่ในย่านเบย์แอเรีย สำหรับติดต่อประสานงานกับกูเกิล เท่านั้น  นี่เป็นความสัมพันธ์กับกูเกิลที่เราต้องการจะสร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกา ผู้บริโภคเหล่านี้จะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเรา และคำแนะนำที่เขามอบให้กลับมาเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้

กล่องแอนดรอย  Mi Box บุกตลาดอเมริกา
ส่วนกลยุทธ์ทางการตลาดของ กล่องแอนดรอย (Android TV Box)  เสี่ยวหมี่ (Xiaomi) ระบุว่า จะใช้วิธีเดียวกับที่ใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ นั่นก็คือ การเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มชุมชนออนไลน์ ด้วยเหตุนี้ เสี่ยวหมี่ จึงไปปรากฏตัวอยู่ที่ Reddit และมีการแจกอุปกรณ์รุ่นเบต้าจำนวนจำกัดให้ผู้ใช้งานไปทดสอบกันด้วย  ความพยายามของเสี่ยวหมี่ ในการบุกตลาดสหรัฐอเมริกา เป็นสิ่งที่ถูกจับตามองตลอดมา โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เสี่ยวหมี่ ได้มีการซื้อสิทธิบัตรจากไมโครซอฟท์ (Microsoft) จำนวน 1,500 ชิ้น เพื่อป้องกันการถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้านลิขสิทธิ์ และสินทรัพย์ทางปัญญาด้วย

ผู้นำตลาดจีน สู่ ผู้นำตลาดอเมริกา       
ก่อนหน้านี้ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน เสี่ยวหมี่ (Xiaomi) จับมือกับบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออย่างHuami เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ Amazfit เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทวอทช์ ที่มาแรงแซงโค้งด้วยคุณสมบัติที่น่าสนใจ คือ มีค่า IP (อุปกรณ์ที่ใช้ทำ) อยู่ที่67นั่นหมายความว่าสมาร์ทวอทช์  Amazfit สามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้ในระดับดีเยี่ยมมาเปิดตลาดท้าทาย Apple watch 2  ส่วนสาเหตุที่บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีน มีการขยายตลาดมาสู่สหรัฐอเมริกานั้น อาจเป็นเพราะตำแหน่งเบอร์หนึ่งในตลาดจีนที่เสี่ยวหมี่ (Xiaomi) เคยครองนั้น ปัจจุบันตกเป็นของคู่แข่งอย่างหัวเว่ย (Huawei) ไปแล้ว ส่วนเสี่ยวหมี่ มียอดขายโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนตกลงไปอย่างมาก ประมาณ 38 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ 2 ของปี หรือประเมินกันว่า ยอดขายโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้เพียง 10.5 ล้านเครื่อง เท่านั้น

Cr.ข่าวผู้จัดการ