รถบัส พลังงานทางเลือก

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดตัวรถบัสพลังงานทางเลือก ′CBG′ อย่างเป็นทางการ ณ ลานน้ำพุ ศาลาธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยมีนายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี มช.พร้อมทีมบริหารมหาวิทยาลัย คณาจารย์ และนักศึกษาร่วมกิจกรรม

รถบัสพลังงานทางเลือก CBG ของ มช. สอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 1 ใน 5 แผนของการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ ที่กำหนดใช้พลังงานทดแทนเพื่อการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพคิดเป็น 25%  ทั้งการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลและเอทานอล การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดต้นทุน โดยมีเป้าหมายการใช้ CBG ในยานพาหนะ หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่มีกลุ่มรถบรรทุก ที่ใช้งานในปริมาณ 4,800 ตันต่อวัน ให้ได้ในปี 2579

ศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี มช. กล่าวว่า รถบัสพลังงานทางเลือกต้นแบบจำนวน 2 คัน ใช้ก๊าซเพลิงไบโอมีเทนอัด (Compressed Biomethane Gas) หรือที่เรียกว่ารถบัสพลังงานทางเลือก CBG ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ และคณะเกษตรศาสตร์ ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเชื้อเพลิง CBG จากของเสียประเภทต่างๆ อาทิ มูลสัตว์ น้ำเสียอุตสาหกรรม และขยะอินทรีย์ เป็นการผลิตพลังงานสะอาด เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน ช่วยแก้ไขปัญหาด้านมลพิษทางอากาศและการจราจรคับคั่งภายในมหาวิทยาลัย

รถบัสพลังงานทางเลือก CBG ทั้ง 2 คัน สามารถรองรับผู้โดยสารประมาณ 325 คนต่อวัน หรือ 84,500 คนต่อปี ให้บริการ 2 เส้นทางจาก มช.-สวนดอก และ มช.-ศูนย์เกษตรแม่เหียะ ซึ่งจะช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 21,200 ลิตรต่อปี หรือ 517,926 บาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ 216,751 กิโลกรัม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นพลังงานสีเขียวที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือว่าเป็นพลังงานทางเลือกของสถาบันการศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย" ศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ กล่าว

ทั้งนี้ในวันเดียวกัน มช.ยังเปิดตัว ′รถไฟฟ้า′ ชุดใหม่ จำนวน 60 คัน วิ่งรับผู้โดยสารภายในมหาวิทยาลัย ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศได้มากถึง 3,034 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อวัน หรือ 601,500 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ส่งเสริมการใช้รถร่วมกันในการเดินทาง ลดปริมาณการใช้ยานยนต์ส่วนตัว ลดปัญหาด้านการจราจร การจอดรถ สานต่อนโยบาย Green and Clean Sustainadility University ของ มช.

ก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยได้ใช้พลังงานทางเลือกเป็นพลังงานทดแทนด้วยแสงอาทิตย์มาแล้ว เพื่อสร้างโรงจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์ต้นแบบนำร่องประหยัดพลังงาน เพื่อนำพลังงานที่ได้จากโรงจอดรถมาใช้ในองค์กร พลังงานแสงอาทิตย์สามารถนำมาใช้กับอุปกรณ์ได้หลายกหลาย เช่น รถไฟฟ้า โคมไฟโซล่าเซลล์ (Solar Lamp) ฯลฯ สามารถช่วยมาลดค่าใช้จ่ายในอาคารได้เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ โดยโครงการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจาก ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน มีอัตราที่สูงขึ้น ทางสถาบันฯ จึงเห็นว่า ควนแสวงหาแหล่งพลังงานทดแทนมาใช้เป็นพลังงานทางเลือกให้เกิดประโยชน์สูงสุด

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พิจารณาเห็นว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการลงทุนระบบผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์หรือพลังงานแสงอาทิตย์มีมูลค่าต่ำลงมาก คุ้มค่าต่อการลงทุนและประสิทธิภาพก็สูงมากในปัจจุบันและลดโลกร้อนได้เป็นอย่างดี อาทิ รถไฟฟ้า อาคารพลังงานแสงอาทิตย์ หรือแม้นแต่อุปกรณ์ต่าง ๆ โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Lamp) ฯลฯ

โครงการดังกล่าวที่พัฒนาและวิจัยโดย รศ.ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำการวิจัยและนำงบที่มีอยู่แล้วมาใช้ดำเนินการ โดยให้ ดร.รัฐพงษ์ อังกสิทธิ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำการออกแบบโครงสร้าง คาดว่าพลังงานที่ได้ก็จะอยู่ที่ 37 กิโลวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการนำมาใช้ภายในอาคารอย่างแน่นอน

Cr.มติชน