เครื่องตรวจโลหะ สนามบิน ตรวจพบกรรไกรในช่องท้องของ ผู้โดยสาร เกาหลีใต้

เครื่องตรวจโลหะ สนามบิน ตรวจพบกรรไกรในช่องท้องของ ผู้โดยสาร เกาหลีใต้


หากพูดถึง เครื่องตรวจจับโลหะ(Metal Detector)แล้ว หลายๆคนคงอาจจะเคยได้ยินได้เห็นผ่านหูผ่านตามาบ้างในช่วงที่ผ่านมา แต่อาจมีคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสและใช้งานอย่างแท้จริง ซึ่ง เครื่องตรวจโลหะ (Metal Detector) ถูกนำเข้ามาเพื่อใช้งานตรวจหาโลหะสิ่งแปลกปลอมในสินค้าหรือวัตถุดิบ ใช้สแกนโลหะทางโบราณคดีทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งใช้ตรวจโลหะชั้นสูงจำพวก ทองคำ เงิน เครื่องเพชรพลอย หรืออาวุธที่ติดตัวคน เช่น มีดและปืน โดยเฉพาะในหน่วยงานความปลอดภัยของสนามบินมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ทีมีเหตุการณ์สแกนโลหะเจอกรรไกรในท้องของผู้โดยสารเครืองบิน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อตรวจพบโลหะเครื่องจะส่งสัญญาณเสียงแจ้งเตือนและหลอดไฟ LED จะแสดงสถานะการตรวจจับให้ทราบ


จุดเริ่มต้นประดิษฐ์ เครื่องตรวจโลหะ (Metal Detector)
สำหรับต้นกำเนิด เครื่องตรวจโลหะ (Metal Detector) นั้นสามารถย้อนกลับไปไกลถึงราวปี คศ. 1820 หรือ พศ. 2363 ตรงกับรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ค้นพบสนามแม่เหล็กจากการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวด ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของ เครื่องตรวจจับโลหะ (Metal Detector) ที่ใช้ในปัจจุบัน ด้วยหลักการนี้ “อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบล” เป็นนักประดิษฐ์คนแรกที่สร้าง เครื่องตรวจโลหะ (Metal Detector) ได้สำเร็จ แต่จุดประสงค์การสร้างในครั้งนั้น ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เพื่อรักษาความปลอดภัย แต่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยชีวิตประธานาธิบดี เจมส์ การ์ฟิลด์ ประธานาธิบดีคนที่ 20 ของสหรัฐอเมริกา จากการถูกลอบยิงในปี 1881 ได้ประดิษฐ์เครื่องตรวจจับโลหะ(Metal Detector) ค้นหาลูกกระสุนปืนที่ถูกฝังอยู่ในร่างกายมนุษย์โดยอาศัยหลักการสนามแม่เหล็กไฟฟ้า นั้นเอง


เครื่องตรวจโลหะ ตรวจพบ “กรรไรผ่าตัด” ในช่องท้องผู้โดยสาร
เครื่องตรวจจับโลหะ(Metal Detector) ยังสามารถสแกนโลหะแปลกปลอมในท้องของคนได้อีกด้วย จากสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ขณะผู้โดยสารหญิงชาวเกาหลีใต้ นางปาร์ค อายุ 47 ปี เจ้าของบริษัททัวร์คนหนึ่ง เดินผ่านประตูตรวจจับโลหะ ทำการตรวจเช็คความปลอดภัยที่สนามบิน เครื่องตรวจโลหะ (Metal Detector) กลับส่งเสียงดังตลอด จนเจ้าหน้าที่ของสนามบินต้องเรียกตัวไว้พร้อมทำการตรวจค้นแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด จนเจ้าหน้าที่ต้องทำการเอ็กซ์เรย์ และต้องตะลึง พบวัตถุแปลกปลอมเป็น “กรรไรผ่าตัด” อยู่ภายในท้องของเธอ ความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร เธอจึงได้นำภาพเอ็กซ์เรย์ไปยื่นต่อโรงพยาบาล ทางแพทย์จึงตกใจและรีบทำการผ่าตัดเอากรรไกรนี้ออกให้ทันที


โรงพยาบาล เกาหลีใต้ ลืม “กรรไรผ่าตัด” ในช่องท้องคนไข้
ปลายปีที่แล้ว นางปาร์คเคยเข้ารับการผ่าตัดไขมันในช่องท้องที่โรงพยาบาลในเมืองซูวอน จังหวัดคยองกี เกาหลีใต้ ซึ่งการผ่าตัดแพทย์ครั้งนั้นแพทย์ได้ลืมกรรไกรผ่าตัดอันนี้ไว้ในท้องของเธอ หลังจากผ่าตัดเธอรู้สึกเจ็บเหมือนเข็มทิ่มแทงที่ท้อง จึงไปสอบถามแพทย์ที่โรงพยาบาล แต่ทางแพทย์ก็ไม่ได้จัดการใดๆ ให้ บอกคนไข้ว่าเป็นผลจากหลังการผ่าตัด โดยทั่วไปแล้วหลังจากสิ้นสุดการผ่าตัดทีมแพทย์ผ่าตัดจะต้องมีการนับจำนวนเครื่องมือในการผ่าตัดด้วยว่ายังมีครบหรือไม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการผ่าตัดครั้งนั้นทีมแพทย์ไม่ได้ทำตามขั้นตอนพื้นฐาน ปัจจุบันนางปาร์คได้ว่าจ้างทนายความยื่นเรื่องฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว โชคดีทีนางได้เดินผ่าน ระบบรักษาความปลอดภัยและ เครื่องตรวจโลหะ (Metal Detector) สแกนโลหะก่อนขึ้นเครื่องบิน จึงได้ตรวจพบเจอสาเหตุที่นางปวดท้องบ่อย ๆๆ


Cr.สนุก