สื่อสารแบบไร้สาย ยุค 5G (ZigBee & WiFi)

ปัจจุบันคนไทยอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G กันมาบ้างแล้ว เทคโนโลยี 5G หรือ 5th Generation คือ ระบบการสื่อสารแบบไร้สายในยุคที่ 5 ซึ่งมีความสามารถในการส่งข้อมูลในปริมาณที่มากกว่าระบบ 4G ถึง 1,000 เท่า โดยผิวเผินระบบ 5G ถูกมองว่า เป็นเพียงระบบใหม่ที่ถูกนำมาใช้ทดแทนระบบเดิมด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่า ดังเช่นที่ระบบ 4G มาทดแทนระบบ 3G แต่ในความจริงแล้ว 5G เป็นเทคโนโลยีที่มีความเร็วสูง และความสามารถในการส่งข้อมูลปริมาณมาก

เทคโนโลยี 5G ระบบการสื่อสารแบบไร้สายในยุคที่ 5 จึงทำให้อุปกรณ์ที่รองรับระบบนี้ จะไม่จำกัดเพียงแค่โทรศัพท์ smart phone อีกต่อไป แต่จะรวมไปถึงเครื่องมือ เครื่องใช้ และระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด หรือที่เขาเรียกว่า IoT I เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ที่พบเห็นได้ทุกหนทุกแห่ง เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ถูกนำไปติดตั้งในสถานที่ต่างๆ เช่น บ้าน อาคาร โรงงาน สิ่งก่อสร้างต่างๆ หรืออาจจะเป็นอุปกรณ์พกพาหรือสวมใส่ก็ได้ ผ่านเครือข่าย Zigbee,WiFi,Bluetooth เป็นต้น

สื่อสารแบบไร้สาย ยุค 5G อุปกรณ์เหล่านั้นมีระบบคอมพิวเตอร์สมองกลฝังตัวขนาดเล็กอยู่ภายใน สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตในช่องทางต่างๆ ทั้งแบบมีสาย และไร้สาย (เช่น WiFi, ZigBee, 3G, 4G และในอนาคต 5G…) นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์เซนเซอร์ที่ทำให้สามารถอ่านข้อมูลที่ได้จากสัญญาณในสิ่งแวดล้อมอย่างเช่น เซนเซอร์สำหรับวัดอุณหภูมิและความชื้น หรือค่าอื่นๆ ที่เป็นสัญญาณทางกายภาพ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งเข้าสู่อินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย Zigbee,WiFi,Bluetooth เพื่อนำไปเก็บรวบรวม ประมวลผล หรือนำไปวิเคราะห์ได้

นอกจากนั้น สื่อสารแบบไร้สาย ยุค 5G ยังสามารถควบคุมและสั่งการอุปกรณ์เหล่านั้นได้ผ่านอินเทอร์เน็ต จึงเป็นที่มาของคำว่า อินเทอร์เน็ตของสิ่งต่างๆ และทำให้เกิดการสื่อสารข้อมูลกันระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ด้วยกัน หรือ Machine-to-Machine Communication (M2M) อุปกรณ์เหล่านั้นมีระบบคอมพิวเตอร์สมองกลฝังตัวขนาดเล็กอยู่ภายใน และสั่งการอุปกรณ์เหล่านั้นได้ผ่านอินเทอร์เน็ต สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตในช่องทางต่างๆ ทั้งแบบมีสาย และไร้สาย ผ่านเครือข่าย Zigbee,WiFi,Bluetooth เช่น ระบบสมองกลฝังตัวขนาดเล็กกับเครื่องแม่ข่ายขนาดใหญ่ที่อยู่ในระบบ Cloud

ในอนาคตสื่อสารแบบไร้สาย ยุค 5G มีการคาดหวังกันว่า IoT จะทำให้เกิดการเชื่อมต่ออุปกรณ์หรือสิ่งต่างๆ จำนวนมาก ผ่านเครือข่าย Zigbee,WiFi,Bluetooth เป็นต้น ทั่วโลกเข้าสู่อินเทอร์เน็ต โดยระบบ 5G เป็นพื้นฐานของแนวคิด Internet of Thing และ Machine to Machine ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไวไฟพกพา(Pocket WiFi) เครื่องมือ ยานพาหนะ หรือ อาคารสิ่งก่อสร้างที่มีการติดตั้งวงจรอิเลคทรอนิกส์ ซอฟแวร์ เซ็นเซอร์ และเครือข่ายการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย Zigbee,WiFi,Bluetooth ต่างๆ ที่ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้สามารถส่งผ่านข้อมูลถึงกัน โดยมีความล่าช้าของเวลา (time lag) น้อยมาก

สื่อสารแบบไร้สาย ยุค 5G การเชื่อมต่ออุปกรณ์หรือสิ่งต่างๆ ผ่านเครือข่าย Zigbee,WiFi,Bluetooth ทำให้สามารถใช้เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เคยทำไม่ได้ในอดีต เช่น การผ่าตัดทางไกลที่แพทย์สามารถทำการผ่าตัดให้คนไข้ที่อยู่ในอีกซีกโลกได้ ดังนั้น หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจึงต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีให้รองรับกับระบบนี้ ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้จะเปลี่ยนวิถีชีวิตในอนาคตของผู้คนโดยสิ้นเชิง รวมถึงการสร้างตลาดใหม่ เช่น smart cities, e-health, intelligent transport, education หรือ entertainment & media

จากความจริงที่ว่าเทคโนโลยี สื่อสารแบบไร้สาย ยุค 5G จะไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงบริษัทโทรคมนาคมหรือการใช้งานโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่จะเกี่ยวข้องกับภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ และเป็นการเชื่อมโยงโลกเข้าสู่ระบบเดียวกันด้วย และเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่าย Zigbee,WiFi,Bluetooth เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ การบริการด้านการแพทย์ และธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งทำให้ประชาชนสามารถใช้ระบบ 5G โดยเร็ว สามารถดำเนินการให้กลายเป็น smart cities ที่มีระบบ E-Government, Intelligent transportation system และ Smart Grids ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมและพลังงาน

Cr.ข่าวกรุงเทพธุรกิจ