แสง UV จากหลอดไฟ และ จากคอม

แสง UV จากหลอดไฟ และ จากคอม



ในช่วงหน้าฝนสาว ๆ หลายคนมักคิดว่าเป็นฤดูที่ไม่ได้มีแดดร้อน ไม่มีมลภาวะ ไม่มีเหงื่อไหลไคลย้อยแบบในช่วงหน้าร้อนจึงไม่จำเป็นต้องขยันดูแลผิวหน้าและผิวกายมากขนาดนั้น  แต่อีกหลายเหตุผลก็คือเพราะคิดว่าไม่เห็นจะมีแดดเลย มีร่มลมเย็นๆ ทั้งวัน แต่รู้หรือไม่ว่า แม้เราจะหมกตัวอยู่ในบ้าน หรืออยู่ในร่มตลอดเวลาก็มีสิทธิ์คล้ำได้เหมือนกัน นั่นเป็นเพราะว่า หลอดไฟในบ้าน มีแสงยูวีไม่แพ้แดดจากพระอาทิตย์เลย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรอยู่ในบ้าน ทำงานในร่ม ผิวจึงยังคล้ำและไม่สดใสอยู่


ยูวีเอ (UVA) ยูวีบี (UVB) และยูวีซี (UVC)
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจก่อนว่าแสงยูวีมีกี่ประเภท ในแสงอาทิตย์ที่ส่องมานั้น ประกอบด้วย รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวี (Ultraviolet, UV) เป็นส่วนหนึ่งของแสงอาทิตย์ที่วัดความเข้มแสงได้จาก เครื่องมือวัดแสง ด้วยความเข็มแสงทำให้เกิดผิวไหม้ ทำร้ายผิว สร้างริ้วรอย แก่ก่อนวัย ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ คอลลาเจนในเนื้อผิวหายไปและมะเร็งผิวหนัง โดยแสงอัลตร้าไวโอเล็ตหรือยูวีสามารถแบ่งออกมาเป็น 3 ประเภทตามความยาวคลื่น ที่วัดได้จาก UV Meter ตรวจวัดรังสี UV ในช่วงสเป๊กทรั่ม 280 nm ถึง 380 nm ได้แก่ ยูวีเอ (UVA), ยูวีบี (UVB), และยูวีซี (UVC)
 

ยูวีเอ (UVA) – ย่อมาจากอัลตร้าไวโอเล็ตเอ ซึ่งอาจจะจำง่ายๆในชื่อ “UV Aging – ยูวีเอจจิ้ง” เพราะยูวีเอเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผิวระยะยาวและปัญหาเอจจิ้ง หรือก็คือผิวแก่ก่อนวัย รอยเหี่ยวย่อน ตีนกา และไฝแดดนั่นเอง

ยูวีบี (UVB) - ย่อมาจากอัลตร้าไวโอเล็ตบี ซึ่งอาจจะเรียกให้จำง่ายในชื่อ “UV Burning – ยูวีเบิร์นนิ่ง” เพราะมันทำให้ผิวถูกแดดเผา และไม่เหมือนกับยูวีเอเพราะยูวีความเข้มแตกต่างกันไประหว่างปี ซึ่งมะเร็งผิวหนังส่วนใหญ่เกิดจากแสงยูวีบีนั่นเอง

ยูวีซี (UVC) - ย่อมาจากอัลตร้าไวโอเล็ตซี ซึ่งเป็นรังสีที่รุนแรงที่สุด และสามารถทำอันตรายต่อชีวิตได้มากที่สุด อย่างไรก็ตามเรายังโชคดีที่ชั้นโอโซนช่วยปกป้องรังสีชนิดนี้ไม่ให้ผ่านเข้ามาสู่ผิวโลก ดังนั้นอย่าพยายามทำลายชั้นโอโซนนะ


แสง uv จากหลอดไฟ และ แสง uv จากคอม
เมือเราพอรู้จักแสงยูวีแล้ว แต่ไม่ใช่แค่เพียงแสงอาทิตย์ที่เป็นผู้ร้ายที่ทำร้ายผิว แต่ตัวการที่ร้ายกาจไม่แพ้แสงแดดนั่นก็คือรังสียูวีจากหลอดไฟ หลอดฟลูออเรสเซนต์จะปล่อยรังสี UVA ออกมาทำร้ายผิวเรา ถ้าไม่ป้องกันผิวจะเกิด ทั้งกระและฝ้าเลย เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรอยู่ใต้แสงของหลอดไฟนีออนเป็นระยะเวลานานเกินไป นอกจากแสง uv จากหลอดไฟ ทำร้ายผิวแล้ว แสง uv จากคอม และแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็ล้วนแต่ทำร้ายผิวและดวงตาได้เช่นกัน โดยเฉพาะแสงสีฟ้า (blue light)ที่มาในรูปแบบของคลื่นแสงพลังงานสูง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวกโซเชียลมีเดียที่ต้องติดโทรศัพท์อยู่ในสายตาเสมอและจ้องจอตลอดเวลา ไม่ใช่แค่จะทำให้หน้าหมองคล้ำ แต่สายตาคุณอาจจะมีปัญหาตามมาด้วย


แสงสีฟ้า (blue light)
แสงสีน้ำเงินหรือแสงสีฟ้า (Blue light) คือแสงที่มองเห็นได้และมีพลังงานสูง (HEV)ใกล้เคียงรังสียูวี (Near UV) ครอบคลุมช่วงความยาวคลื่น 380 – 500 นาโนเมตร ซึ่งมีอยู่ทั่วไปรอบตัวเรา เช่น แสงอาทิตย์ แสงไฟ แสงจากหน้าจอLED อุปกรณ์ display ต่างๆ เป็นต้น เป็นหนึ่งในแสงที่สามารถทะลุทะลวงได้ถึงจอประสาทตา มีพลังทำลายกระจกตาหรือจอประสาทตาได้มากกว่าแสงสีอื่น โดย HEV มีความเกี่ยวพันกับโรคจอประสาทตาเสื่อม


UV Meter วัดรังสีอันตรายจากแสงยูวี
ฉะนั้นอย่าวางใจวันไหนที่ไม่มีแดด เพราะแสงยูวีมีกระจายตัวแบบมองไม่เห็นอยู่ สามารถวัดได้จาก UV Meter สามารถอ่านค่ารังสี UV ได้จากหน้าจอ LCD ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานประเภท วัดรังสีอันตรายจากแสงยูวีที่มาจากการเชื่อม, การฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV, ไวรัสวิทยา, พันธุศาสตร์จุลินทรีย์  แสง uv จากหลอดไฟ หรือ แสง uv จากคอม ฯลฯ ในช่วงสเป๊กทรั่ม 280 nm ถึง 380 nm และถ้ารู้แล้วว่าแม้แต่ในบ้านหรือในออฟฟิศก็มียูวีที่คอยทำร้าย ต่อไปให้เลือกป้องกันผิวไม่ให้หมองคล้ำและถนอมสายตาด้วยการหลีกเลี่ยงแสง uv ใช้เครื่องกรองแสงยูวีหน้าคอมฯ ใส่แว่นกันแสงยูวี ทีสามารถป้องกัน UVA ควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลาย ทั้งท่องเที่ยว เล่นกีฬาที่ต้องเผชิญแสงแดดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงยูวีได้เช่นกัน


Cr.โพสท์ทูเดย์,RYT9,Banana Boat Lover