ชำระเงินออนไลน์ mPOS & Pay Social

ในยุคที่ Social Network มีอิทธิพลต่อโลกมากขึ้นการค้าขายมักจะเกิดขึ้นบน โซเชียล เน็คเวิร์ค อย่างมากเช่น และหลายคนมองว่าเป็นโอกาส แต่โอกาสนั้น มักจะไม่ได้มาได้โดยง่าย เพราะมันเกิดมากมายหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือของร้าน รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับการชำระเงินที่สมัยก่อนจะต้องชำระเงินผ่านเงินสดเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้น หรือไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร จึงเกิดการจ่ายเงินในรูปแบบใหม่ที่ชื่อ mPOS (Mobile Point of  Sale) และที่กำลังจะตามมาเร็ว ๆ นี้  Pay Social  วันนี้จะพาไปการใช้งานว่ามันจะสะดวกจริง และเพิ่มยอดขายให้คุณได้จริงอย่างที่คำโฆษณากล่าวไว้หรือไม่

Pay Social ชำระเงินผ่าน Social Media
อันที่จริงแล้ว Pay Social คือบริการชำระเงินออนไลน์ผ่าน Social Media แห่งแรกของเอเชีย ที่ไม่ว่าคุณจะขายของทาง Facebook, Instagram, Twitter หรือช่องทางอื่น ๆ บน Social Network ใด ๆ บนโลกนี้ สามารถชำระเงินผ่าน Pay Social ได้แค่ติดลิงค์ URL หน้าเว็บชำระเงิน (http://pay.sn/ชื่อร้านของคุณ) เท่านั้น ลูกค้าก็สามารถชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการได้ทันที

 

อีกช่องทางหนึ่งที่เพิ่มความสะดวกในการจ่ายเงินให้มากขึ้น ทำให้ความลังเลและเปลี่ยนร้านน้อยลง คุณสามารถคุมราคาได้อีกด้วย การที่มี Pay Social นอกจากสะดวกที่ลูกค้าจ่ายเงินได้ง่ายแล้ว ยังทำให้ร้านค้ารู้ถึงคำสั่งซื้อเพื่อจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้ทันที พร้อมทั้ง ยังสามารถให้ลูกค้าเลือกผ่อนชำระกรณีที่มียอดซื้อมาก ๆ  

เมื่อรายละเอียดดีขนาดนี้ จากการที่ได้ลองสมัครสมาชิกผ่าน Apps ทั้งใน iOS และ Android ที่เปิดให้บริการ ต้องบอกว่า ความสะดวกตกไปอยู่กับทาง Android เนื่องจากมีการเชื่อมต่อข้อมูลกับ Facebook ได้ทำให้ไม่ต้องกรอกข้อมูลให้ยุ่งยาก ส่วน iOS ณ  ยังไม่สามารถทำได้ แต่เชื่อว่า Feedback เหล่านี้คงไปถึงนักพัฒนา Pay Social ให้ปรับปรุงความสามารถของ Apps นี้ต่อไป แต่หลังจากสมัครใช้งานแล้วความสะดวกก็มีมากขึ้นทำให้กล้าสั่งสินค้าผ่านร้านค้า Social Network อีกด้วย

mPOS ชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต
mPOS (Mobile Point of Sale) สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ให้กลายเป็นจุดชำระเงินได้ทันที ช่วยลดข้อจำกัดในการซื้อสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถชำระเงินค่าสินค้าได้เพียงมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้น จึงทำให้เกิดความสะดวกต่อร้านค้าและลูกค้าในเวลาเดียวกัน เพิ่มช่องทางการขาย ง่ายแก่การชำระเงิน ซึ่งปัจจุบันนี้มี 4 ธนาคารหลักที่ให้บริการนี้คือ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  ธนาคารธนชาติ  และ ธนาคารกรุงไทย

ในกรณีที่เป็นบัตรเดบิต ให้ใช้อุปกรณ์ เครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็ก เชื่อมต่อผ่านช่องเสียบหูฟังของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเสร็จสมบูรณ์แล้ว  จากนั้นเมื่อต้องการชำระเงิน ให้กดปุ่ม Swipe แล้วนำบัตรเดบิตแถบแม่เหล็กไปรูดที่เครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็ก  เมือเครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็กอ่านข้อมูลแล้ว บนหน้าจอจะแสดงชื่อผู้ถือบัตร หมายเลขบัตรสี่หลักสุดท้าย และวันหมดอายุ เพื่ออนุมัติการชำระเงินต่อไป

ในกรณีที่เป็นบัตรเครดิต ให้ใช้อุปกรณ์อ่านบัตรแบบอีเอ็มวีเชื่อมต่อผ่านช่องยูเอสบีของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยหน้าจอจะแจ้งว่าให้ใส่บัตรเครดิตเข้าไปใน เครื่องรูดบัตร ก็ให้ใส่บัตรเครดิตด้านที่มีชิปเข้าไปที่เครื่องรูดบัตร เมื่อเครื่องเครื่องรูดบัตรอ่านข้อมูลสำเร็จ ร้านค้าจะเป็นผู้กรอกข้อมูล จำนวนเงินที่ต้องชำระ และรหัสพนักงาน

 

จากนั้นให้ลูกค้าเจ้าของบัตรทำการกรอกอีเมลล์ เบอร์โทรศัพท์(เพื่อแจ้งเอสเอ็มเอส) และแตะที่ช่องลายเซ็น เพื่อเซ็นลายเซ็นผ่านหน้าจอ เมื่อข้อมูลครบถ้วน ระบบจะแจ้งผลการชำระเงิน จะแสดงรายละเอียดการชำระเงินบนหน้าจอและธนาคารจะส่ง Sale Slip ให้กับลูกค้าทางอีเมลล์หรือเบอร์โทรศัพท์มือถือ ที่ได้ใส่ข้อมูลไว้

อุปกรณ์ mPOS ช่วยเสริมสำหรับชำระเงินชนิดนี้ สามารถใช้ได้ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ยกตัวอย่าง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ร่วมจับมือกับ AIA เพื่อให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของช่องทางการชำระเบี้ยประกันภัยที่ง่ายและรวดเร็ว ให้ตัวแทนประกันชีวิตมีความสะดวกในการออกไปพบลูกค้าและทำธุรกรรมได้อย่างครบวงจรและปลอดภัยในขั้นตอนเดียว อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และทางด้านลูกค้าเองก็สามารถจ่ายชำระค่าเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิตผ่านทางตัวแทนได้ทันที

อีกหนึ่งตัวอย่างจาก สายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับธนาคารกสิกรไทย ที่ใช้อุปกรณ์ mPOS มาช่วยในการชำระเงิน ค่าตั๋วเครื่องบิน โดยที่สนามบินดอนเมืองจะมีเจ้าหน้าที่ของสายการบินใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือไอแพดคอยให้บริการลูกค้า เป็นการเพิ่มช่องทาง การจำหน่ายตั๋วโดยสารอีกช่องทางหนึ่งเพื่อไม่ใช้ผู้โดยสารต้องต่อคิวนาน  

สำหรับธุรกิจ SMEs หรือธุรกิจขนาดย่อมนั้นมีข้อได้เปรียบคือ มีความคล่องตัวในการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจสูง แต่การเข้าถึงลูกค้าอาจทำได้ไม่ดีเท่ากับธุรกิจการค้าขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมครบทุกด้านเพื่อผู้บริโภค ฉะนั้น การชำระเงินในรูปแบบใหม่ ทั้ง mPOS (Mobile Point of Sale) และ Pay Social  อาจเป็นการเพิ่มมูลค่าในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ซึ่งอุปกรณ์ mPOS และ Pay Social สามารถใช้ได้ในร้านค้าทุกประเภท

 

อาทิ ร้านดอกไม้ ร้านกาแฟ ร้านที่มีบริการส่งถึงบ้าน หรือแม้แต่ร้านอาหารในตลาดเยาวราช เพื่อสร้างความสะดวกให้ลูกค้าโดยการ ใช้อุปกรณ์รับชำระบัตรเงินผ่านบัตรเครดิต ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้กับ SMEs แล้ว ยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากระบบจะส่งรายการที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้วไปยังอีเมลล์หรือ SMS ตามที่เจ้าของบัตรระบุในขั้นตอนการชำระเงิน

Cr.Sanook,eCommerce Magazine