เครื่องวัดขนาด ชิ้นส่วนรถ ระดับโลก

ก่อนที่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่จะถูกผลิตและส่งลงตลาด ต้องเริ่มจากออกแบบชิ้นส่วนจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิก หลังจากนั้นก็มีการผลิตชิ้นส่วน หนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือ ตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนแต่ละชิ้น จุดนี้จำเป็นต้องมีเครื่องวัดขนาดอย่างเช่น ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) เวอร์เนียคาลิปเปอร์(Vernier Caliper) และอุปกรณ์พิเศษอื่น ๆ สำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานความละเอียดสูงถึง 0.001 มิลลิเมตร หรือ 0.00005 นิ้ว มาทำหน้าที่ตรวจสอบโดยเฉพาะ ตามความละเอียดของงาน

อุปกรณ์เครื่องวัดขนาดสำหรับใช้วัดขนาดงานความละเอียดสูงที่นอกเหนือจาก ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) ในวงการเรียกว่า Checking Fixture ซึ่งการประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานดังกล่าวต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง เดิมมีเฉพาะบริษัทต่างชาติเท่านั้นที่ทำได้ แต่ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยอย่าง บริษัท เว็ลธ ดีไซน์ จำกัด (WEALTH DESIGN Co.,Ltd.) ก้าวขึ้นมาทำสำเร็จ ซึ่งผลงานเป็นที่วางใจจากค่ายรถระดับโลก

คุณวัชระ จันทราช เผยว่า การประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องวัดขนาดสำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานและตรวจสอบชิ้นส่วน (Checking Fixture) มีมากว่า 20 ปีแล้ว โดยเป็น Know How ของบริษัทจากยุโรปและญี่ปุ่น ขณะที่ส่วนตัวจบมาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เข้าทำงานประจำในบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานและตรวจสอบชิ้นส่วน (Checking Fixture) นับเป็นคนไทยกลุ่มแรกๆ ของประเทศที่ได้รับถ่ายทอดความรู้ดังกล่าว จนเมื่อมีความพร้อม ปี 2553 รวบรวมกลุ่มเพื่อนที่มีประสบการณ์มาเปิดบริษัทของตัวเอง
       
ทั้งนี้ ก่อนที่ค่ายรถจะออกรถรุ่นใหม่ ขั้นแรกจะเริ่มจากออกแบบในคอมพิวเตอร์กราฟิก จากนั้นจะผลิตชิ้นส่วนต้นแบบของแต่ละชิ้น ก่อนจะส่งโรงงานผลิตชิ้นส่วนจริงเพื่อนำกลับมาประกอบรวมเป็นตัวรถ ซึ่งอุปกรณ์สำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานและตรวจสอบชิ้นส่วน (Checking Fixture) จะเข้ามามีบทบาทในขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อให้ได้ตามค่ามาตรฐานที่ค่ายรถกำหนด เช่น ความคลาดเคลื่อนของรูนอตแต่ละรูของชิ้นส่วนที่ผลิตออกมาต้องไม่เกิน 0.05 มิลลิเมตร และขนาดกับขอบชิ้นส่วนแต่ละตัวต้องคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.2 มิลลิเมตร เพื่อเวลานำไปประกอบเป็นตัวรถแล้วจะสมบูรณ์เรียบร้อยที่สุด

เหตุผลที่ทางค่ายรถหรือผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เลือกใช้บริการบริษัทภายนอกผลิตอุปกรณ์เครื่องวัดขนาดสำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานและตรวจสอบชิ้นส่วน (Checking Fixture) แทนที่จะผลิตขึ้นเอง เนื่องจากกระบวนการนี้ค่อนข้างยุ่งยาก ใช้ความรู้เฉพาะสูง บุคลากรหายาก ในปัจจุบันยังไม่มีสถาบันการศึกษาของไทยแห่งใดเปิดสอนอย่างเป็นทางการ จึงไม่คุ้มค่าที่โรงงานขนาดใหญ่จะลงทุนทำเอง การว่าจ้างบริษัทภายนอกที่มีความชำนาญจึงง่ายและเหมาะกว่า
       
คุณวัชระ จันทราช เผยด้วยว่า รายได้บริษัทมาจากรับจ้างผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานและตรวจสอบชิ้นส่วน (Checking Fixture)เป็นรายชิ้นแบบเจาะจง (custom made) โดยอุปกรณ์หนึ่งตัวค่าจ้างผลิตประมาณ 20,000-300,000 บาท ใช้ระยะเวลาทำ 7-45 วันต่อชิ้นขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่าย ซึ่งตลอดการทำงานต้องประสานกับลูกค้าค่ายรถอย่างใกล้ชิด และเก็บข้อมูลเป็นความลับ เนื่องจากชิ้นส่วนต่างๆ เป็นแบบรถรุ่นใหม่ ห้ามหลุดออกสู่สาธารณะเด็ดขาดเพราะเป็นความลับทางธุรกิจ

ปัจจุบัน เว็ลธ ดีไซน์ ผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานและตรวจสอบชิ้นส่วน (Checking Fixture) ให้แก่ค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์เจ้ายักษ์ของญี่ปุ่น กับค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกัน นอกจากนั้นยังรับจ้างผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานและตรวจสอบชิ้นส่วน (Checking Fixture) ให้แก่ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ด้วยโดยขนาดกับขอบชิ้นส่วนแต่ละตัวต้องคลาดเคลื่อนไม่เกินกี่ มิลลิเมตร ตามที่ลูกค้าต้องการ
       
ในเมืองไทยเวลานี้มีบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกันประมาณ 10 กว่าราย มีทั้งบริษัทต่างชาติรายใหญ่ และบริษัทไทยเกิดใหม่ ซึ่งการแข่งขันจะวัดกันที่เรื่องความชำนาญของทีมงาน และการผลิตที่ได้คุณภาพสร้างความไว้วางใจแก่ลูกค้า รวมถึงราคา ซึ่งจุดเด่นของเว็ลธ ดีไซน์ คือมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญอยู่ในวงการนี้มายาวนาน และทำได้ครบวงจร นอกเหนือจากอุปกรณ์สำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานและตรวจสอบชิ้นส่วน (Checking Fixture)แล้ว ยังสามารถทำได้ทั้ง ชิ้นส่วนต้นแบบ (Prototype, Mock-up) อุปกรณ์จับยึด (Jig Maunual & Automation System) และแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก

ส่วนแนวทางพัฒนาธุรกิจต่อไป คุณวัชระบอกว่า ด้านการผลิตจะเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน ควบคู่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า ส่วนด้านการตลาด พยายามจะขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเสนองานไปยังโรงงานผลิตต่างๆ ที่มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เครื่องวัดขนาดสำหรับใช้วัดขนาดชิ้นงานและตรวจสอบชิ้นส่วน (Checking Fixture) ซึ่งแผนที่วางไว้เตรียมเสนอต่อค่ายรถยนต์ประเทศอินเดีย นอกจากนั้น จะแตกไลน์สินค้าไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นตลาดใหม่มูลค่าสูง ซึ่งจากความพร้อมด้านบุคลากรที่เชี่ยวชาญสูงจึงเชื่อว่าโอกาสยังเปิดกว้าง

Cr.ข่าวผู้จัดการ