จอประสาทตาเสื่อม เร็วผิดปกติ

จักษุแพทย์ นพ.ชัยสิทธิ์ คุปต์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยา เผยถึงความจำเป็นที่ควรเข้ามาตรวจสายตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องจอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควร อันเกิดจากการใช้สายตาไปกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แทบเลต ไอแพด และสมาร์ทโฟนหรือจอแอลซีดี จนมีอาการเหล่านี้ เช่น ตาแห้ง, ตามัว,ปวดตา อย่านิ่งนอนใจเพราะอาจเป็นสัญญาณของจอประสาทตาเสื่อม

จักษุแพทย์ เผยตัวการสำคัญทำให้ประสาทตาเสื่อมเร็วก่อนกำหนด โดยเฉพาะ 5 ตัวหลักในการเร่งให้จอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควรได้แก่

  • 1.การวางคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ ควรวางจอคอมพิวเตอร์ด้านข้างหน้าต่าง โดยมีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50 - 70 ซม. จัดระดับจดภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่กว่าระดับสายตาประมาณ 4 - 9 นิ้ว ที่สำคัญไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป
  • 2.ไม่กล้ากำจัดแสงไฟที่รบกวน นอกจากวางคอมพิวเตอร์ถูกตำแหน่งแล้ว ควรปิดไฟบางดวงที่รบกวนการทำงาน เพราะความสว่างที่มากเกินไป มีผลต่อสายตา เราสามารถวัดค่าความสว่างของแสงที่เหมาะสมได้จากเครื่องวัดแสง (LUX Meter) เพื่อป้องกันแสงที่เข้าตาโดยตรงมากเกินไป ควรเลือกที่จะปิด หรือใช้มู่ลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน ป้องกันการปวดตา
  • 3.เลือกใช้ขนาดตัวอักษรไม่เป็น ตามหลักการพิมพ์งานทุกครั้ง นอกจากเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอแล้วควรปรับความเข้มของตัวอักษรให้เหมาะสมโดยสังเกตได้จากยังสามารถอ่านตัวอักษรได้ใน ระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน
  • 4. สวมแว่นผิด สีเลนส์ที่ควรเลือกใช้ ควรเป็นสีเขียวอ่อน เพราะจะช่วยทำให้รู้สึกสบายตาภายใต้แสงจากหลอดไฟฟ้า ฟลูออเรสเซนต์ และเลือกหลอดไฟถนอมสายตารวมถึงความสว่างของหลอดไฟที่เหมาะสมสำหรับการอ่านหนังสือ ด้วยเครื่องวัดแสง (LUX Meter) นอกจากนี้การเลือกแว่นที่เหมาะสมช่วยลดแสงสะท้อนจากจอภาพอีกทางหนึ่ง โดยเลือกแว่นตาที่มีกำลังขยายสำหรับระยะ 50 - 70 ซม. ซึ่งค่ากำลังของเลนส์ จะแตกต่างจากเลนส์อ่านหนังสือหรือเลนส์มองใกล้ทั่วไป และ
  • 5.ลืมกะพริบตาและไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ เมื่อมีสมาธิที่จดจ่อขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้อัตราการกะพริบตาลดลงจาก 20 - 22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6 - 8 ครั้งต่อนาที ถ้าไม่อยากตาแห้ง หรือต้องใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น การกะพริบตาถี่ ๆ หรือลุกยืดเส้นยืดสายช่วยได้และลดการปวดตา


สำหรับบุคคลที่ทำได้ไม่ครบทั้ง 5 คำแนะนำ ก็ยังสามารถป้องกันจอประสาทตาเสื่อมจากจักษุแพทย์ ด้วยวิธีบริหารกล้ามเนื้อตาง่าย ๆ ด้วยการกลอกตาขึ้น - ลงช้า ๆ 6 ครั้ง โดยให้เหลือบตาขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด ในระหว่างการบริหาร เมื่อทำครบ แล้วให้กลอกตาไปข้างขวาและซ้ายสลับกัน โดยกลอกตาไปให้ขวาสุดและซ้ายสุด ทำซ้ำ 2 - 3 ครั้ง

จากนั้นชูนิ้วขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา ห่างจากสายตาประมาณ 8 นิ้ว แล้วจ้องมองไปที่ระยะไกล ๆ ประมาณ 10 ฟุต สลับกับใช้ตามองระยะใกล้ที่นิ้วมือใช้เวลามองแต่ละที่ประมาณ 2 - 3 วินาที ทำสลับไปมาและท่าบริหารสุดท้าย คือ กลอกตาเป็นวงกลมช้า ๆ โดยเริ่มกลอกตาตามเข็มนาฬิกาก่อน แล้วกลอกตาทวนเข็ม นาฬิกาสลับไปมา ที่สำคัญคือควรตรวจสุขภาพตาปีละ 1 ครั้ง เพื่อวัดความดันตา ตรวจเช็กจอประสาทตาและความผิดปกติของสายตา แล้วคุณก็สามารถห่างไกลจากจอประสาทตาเสื่อม ได้แบบง่าย ๆ

Cr.ข่าวกรุงเทพธุรกิจ