เทคโนโลยีอวกาศ IRI

นับเป็นกิจกรรมครั้งสำคัญระดับโลก เเละในปี 2558 องค์กรสากลระดับโลก คณะกรรมการวิจัยทางด้านอวกาศ COSPAR  (The Committee on Space Research) และประเทศไทย โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมนานาชาติด้านเทคโนโลยีไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ครั้งแรกในอาเซียน ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยอวกาศจาก 30 ประเทศทั่วโลกมาร่วมระดมความคิดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กัน

งานประชุมเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ครั้งนี้ เป็นความภาคภูมิใจสำหรับคนไทย ขณะที่หนึ่งในประธานการจัดงานประชุมนานาชาติด้านเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ซึ่งเป็นคนไทยคนแรก อย่าง รศ.ดร.พรชัย ทรัพย์นิธิ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ระบุว่า งานประชุมเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จระดับนานาชาติ ที่มีผู้มีความรู้จากหลายประเทศเข้าร่วม และไม่เคยจัดที่อาเซียนมาก่อน จึงเป็นการวางอนาคตประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI)ของอาเซียนได้

ในทางนิยามแล้วอวกาศ สูงกว่าพื้นดินขึ้นไป 100 กิโลเมตร คือ อวกาศแล้ว ดาวเทียมทั้งหลายอยู่ในชั้นชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์นี้หมด หลายคนอาจจะสนใจหรือเข้าใจเพียงว่าอวกาศ เป็นเรื่องนอกโลกไกลๆ หรือดาวอังคาร ดาวพลูโต ดาวเคราะห์ต่างๆ เท่านั้น มองข้ามเรื่องประโยชน์ที่ได้จากมัน เช่น จีพีเอส(GPS) ดาวเทียมและระบบสื่อสารไป ผมอยากให้ดูประโยชน์และความสำคัญของมันด้วย

เทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ถือว่ามีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิตประจำวันทั้งในด้านการสื่อสาร สมาร์ทโฟน อินเตอร์เน็ต โทรคมนาคม ภาคธุรกิจ ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม การบิน คมนาคมขนส่งทางบก ทางน้ำหรือแม้กระทั่งเรื่องความมั่นคงและการทหาร เป็นความสำคัญที่อาจจะคาดไม่ถึงถือเป็นปัจจัยที่ 5 ได้เลย ถ้าโลกนี้ไม่มีเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) เรื่องการติดต่อสื่อสาร ระบบอินเตอร์เน็ต สัญญาณไวไฟ ตัวรับสัญญาณ WiFi การระบุตำแหน่ง หรือค้นหาตำแหน่ง ตลอดจนการถ่ายทอดสด จะมีปัญหาทั้งหมด

ความจริงแล้วเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI)เป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าโลกเราได้รับผลกระทบจากนอกอวกาศตลอดเวลามีทั้งแสงแดดที่มาถึงเราทำให้เราต้องผลิตโลชั่นกันแดดมาใช้ รวมถึงฤดูร้อน ฤดูหนาว และอุกกาบาต ที่โผล่เข้ามาเป็นช่วงๆ ก็เป็นผลจากอวกาศทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เทคโนโลยีอวกาศบอกเราได้ อย่างล่าสุดที่อุกกาบาตตกคนตื่นตัวกันมาก มันก็เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ไม่ได้เกี่ยวกับดวงชะตานะอย่าเข้าใจผิด

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มีแผนจะพัฒนาวิทยาการความรู้ ด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมและอวกาศ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเราตรียมตั้งศูนย์วิจัยทางด้านอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) และเตรียมหลักสูตรวิศวกรรมดาวเทียม อวกาศและภูมิสารสนเทศ ในปี 2559 เป็นหลักสูตรนานาชาติที่ได้รับความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรม เพราะเทคโนโลยีอวกาศและโทรคมนาคมมีบทบาทอย่างมากในเกือบทุกส่วนของอุตสาหกรรม

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังมีเครือข่ายกับองค์การอวกาศเช่น องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) องค์การเพื่อการสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น (JAXA) องค์การอวกาศแห่งสหภาพยุโรปหรืออีซา (ESA) เราวางแผนที่จะส่งเด็กของเราไปฝึกงานกับองค์การอวกาศนี้ด้วย เป็นเป้าหมายที่วางไว้ใน 1-2 ปีนี้ ซึ่งการประชุมนานาชาติด้านเทคโนโลยีอวกาศ ไอโอโนสเฟียร์ (IRI) เป็นอีกจุดเริ่มต้น เป็นแรงบันดาลใจและเป็นแรงผลักดันที่ช่วยให้เทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทยพัฒนามากขึ้น

รศ.ดร.พรชัย ทรัพย์นิธิ ระบุว่า ถ้าเทียบกับยุโรปหรืออเมริกา ผมว่าเราไม่ต่างกันมาก เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ทุกอย่างตามกันทันหมดแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าต่างประเทศ หน่วยงานรัฐของเขามีหน่วยงานวิจัยที่พยายามจะสร้างอะไรกันเองเยอะ ขณะที่ประเทศไทยจะอ่อนเรื่องงานวิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นจุดอ่อนแน่นอน เพราะฉะนั้นเราเลยจะเน้นซื้อ

เราเคยไปร่วมประชุมเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) 3 ครั้ง พบว่าข้อมูลที่เรานำไปร่วมประชุมเป็นข้อมูลที่สำคัญ สามารถนำไปพัฒนาปรับปรุงต่อไปได้ อีกทั้งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วิทยาเขตชุมพร เป็นจุดที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรโลก ซึ่งบริเวณนี้ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์อยู่ที่ประมาณ 300 เมตรจากพื้นดิน จะมีความแปรปรวนสูงมาก จึงเป็นที่ตั้งของสถานีสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ มีการเก็บข้อมูล 24 ชั่วโมง

สถานีแห่งนี้มีความสำคัญมากในการศึกษาเพราะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ซึ่งเขตเส้นศูนย์สูตรทั่วโลกมีอยู่ไม่เยอะ บริเวณที่สำคัญมีอยู่ 3 แห่ง คือที่บราซิล แอฟริกา และไทย นอกเหนือจากนี้เป็นทะเลหมด มีเพียง 3 แห่งที่สามารถจะติดตั้งสถานีวิเคราะห์ข้อมูลเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ที่เส้นศูนย์สูตร เหนือศูนย์สูตร และใต้ศูนย์สูตร ได้ในคราวเดียวกัน 3 จุด ขณะที่พื้นที่อื่นของโลกอาจจะติดตั้งได้แค่ 2 จุดเท่านั้น

ข้อมูลเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ที่เราทำการวิเคราะห์ได้ สามารถนำไปปรับโมเดลของโลก ที่เรียกว่า โมเดลIRI (International Reference Ionosphere) เป็นแบบจำลองของการทำนายค่าความแปรปรวนและค่าพารามิเตอร์สำคัญในชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะมีการประชุมในทุก 1-2 ปี จะมีคนจากหลายประเทศมาประชุมกัน แล้วเอาข้อมูลเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ของแต่ละประเทศที่ทำการสังเกต วิเคราะห์ ทดลอง แล้วพุดคุยกันว่าแต่ละโซนของแต่ละประเทศทั่วโลกเป็นอย่างไร

การประชุมเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี GNSS (Global Navigation Satellite System) หรือ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม(GPS) เรื่องระบบ Global Positioning System (GPS) ระบบนำร่อง หรือระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม(GPS) และเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์(Ionosphere)

งานวิจัยเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) จะเป็นเรื่องของผลกระทบของชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์กับการทำงานของดาวเทียมจีพีเอส(GPS)โดยเฉพาะในเขตเส้นศูนย์สูตรที่มีความแปรปรวน ทำให้สัญญาณจีพีเอส(GPS)หลุด ส่งผลให้ความถูกต้องแม่นยำของระบบลดลง

มีงานวิจัยเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ที่ดูผลกระทบของแผ่นดินไหว ว่ากระทบถึงชั้นบรรยากาศหรือเปล่า ซึ่งเขาเห็นสัญญาณอะไรบางอย่างบนนั้นที่อาจจะเอามาช่วยเป็นเครื่องมืออีกตัวหนึ่งในการศึกษาเรื่องแผ่นดินไหวในอนาคต นอกจากนี้ก็เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศ ระบบเทคโนโลยีอวกาศที่มีผลต่อชั้นบรรยากาศ และการทำงานของดาวเทียมในชั้นนี้

ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์สำคัญอย่างไร จึงต้องมีการจัดประชุมเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ด้านนี้ ?

ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์(Ionosphere)เป็นชั้นที่อยู่เหนือจากชั้นเมฆขึ้นไปถ้าเรายิงคลื่นวิทยุความถี่ 2-30 MHz มันจะสะท้อนสัญญาณลงมา แต่ระบบนี้มีความถี่ต่ำกว่าดาวเทียม ใช้ส่งสัญญาณเสียง มีไว้ใช้เผื่อฉุกเฉินในหลายระบบเช่น เครื่องบิน หรือเรือ จะต้องมีระบบนี้แบ๊กอัพไว้ ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหว สงครามไซเบอร์ในอวกาศ หรือเหตุร้ายที่ทำให้ระบบไอทีล่ม ดาวเทียมล่ม ระบบสื่อสารโลกล่ม ส่งผลให้การสื่อสารและการใช้อินเตอร์เน็ตหยุดชะงัก แต่ตรงนี้ยังใช้สื่อสารได้อยู่ สามารถยิงขึ้นไปแล้วสะท้อนสัญญาณกลับมาสื่อสารได้ทั่วโลก

ประเทศไทยนำเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) มาใช้ค่อนข้างมาก เรามีบริษัทให้บริการสัญญาณดาวเทียมอันดับ 7 ของโลก ซึ่งเราใช้ข้อมูลดาวเทียมตรวจวัดอากาศ ตรวจวัดชั้นบรรยากาศในการถ่ายรูปเพื่อตรวจสอบทรัพยากรธรรมชาติ หรือกรณีภัยพิบัติ น้ำท่วม เป็นประโยชน์จากอวกาศที่เราเอามาใช้

ต่อไปคนจะยิ่งมีความตื่นตัวมากขึ้น เพราะคนสามารถสร้างเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) ได้ง่ายกว่าเดิม และในอนาคตยังมีเรื่องการท่องเที่ยวทางอวกาศซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่เราสามารถทำอะไรที่มากกว่าฝันได้ ซึ่งการท่องเที่ยวอวกาศจะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่คนสนใจ ตอนนี้เริ่มมีการจัดทัวร์อวกาศกันแล้ว ในระยะ 400 กิโลเมตรจากพื้นดิน แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสูงมากเนื่องจากผู้เดินทางต้องได้รับการฝึกจากผู้เชี่ยวชาญให้มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจตามหลักการบิน

หากมีการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศไอโอโนสเฟียร์ (IRI) นี้ให้มีค่าใช้จ่ายที่ถูกลงก็จะมีแนวโน้มขยายตัวได้สูง จะไม่แปลกใจเลยถ้าวันหนึ่งจะมีคนเริ่มไปฮันนีมูนที่สถานีอวกาศ ซึ่งอยู่ห่างแค่ 400 กิโลเมตรจากพื้นดินเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันเรื่องการท่องเที่ยวทางอวกาศก็มีเจ้าหลักๆ ทำอยู่ไม่กี่แห่งและยังมีราคาแพงอยู่ อนาคตน่าจะมีราคาถูกลง

Cr.มติชน