ดูแลสุขภาพ มนุษย์เงินเดือน

ปัจจุบัน ไทยมีประชากรที่อยู่ในวัยทำงานกว่า 37 ล้านคนทั่วประเทศ จากผลสำรวจของ สำนักงานสถิติแห่งชาติเดือนมีนาคม 2559 มนุษย์เงินเดือนกลุ่มนี้เป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว และถือเป็นมนุษย์เงินเดือนกลุ่มใหญ่ที่จะขับเคลื่อนสร้างการเติบโตให้กับประเทศ การดูแลสุขภาพของมนุษย์เงินเดือนวัยทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ช่วงวัยใดๆ

ทว่าไลฟ์สไตล์ของมนุษย์เงินเดือนคนรุ่นใหม่ ถูกกดดันด้วยสภาพแวดล้อมในการทำงานและการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ ต้องพึ่งพาอาหารนอกบ้าน ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสูง และพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ที่ทำให้กระทบกับคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า สาเหตุหลักที่มนุษย์เงินเดือนวัยทำงานไทยช่วงอายุ 15 - 59 ปี เสียชีวิตก่อนวัยอันควรมาจากอุบัติเหตุ มะเร็ง และโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง รวมทั้งมีปัญหาความเครียดจากป่วยโรคเรื้อรัง พบว่ามีมนุษย์เงินเดือนวัยทำงานบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตผ่านสายด่วน 1323 มากที่สุดคือความเครียดหรือวิตกกังวลจากโรคเรื้อรัง หนี้สิน ฯลฯ
    
ขณะที่การเจ็บป่วยมนุษย์เงินเดือนด้วยโรคจากประกอบอาชีพ ในช่วงปี 2553-2557 พบอัตราป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อและกระดูกจากการทำงาน 72.26 ต่อประชากรแสนคน โรคพิษจากสารกำจัดศัตรูพืช 12.21 ต่อประชากรแสนคน และมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคอ้วน จึงควรดูแลเรื่องการทานอาหาร รวมทั้งหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักด้วย เครื่องชั่งดิจิตอล(Digital Weight Scale) สามารถวัดน้ำหนักร่างกาย มวลไขมัน มวลกระดูก มวลน้ำ มวลกล้ามเนื้อ ดัชนีมวลกาย และอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐาน

นอกจากนี้แล้วยังพบมนุษย์เงินเดือนรุ่นใหม่วัยทำงานเป็นโรคเรื้อรัง เพิ่มมากขึ้น เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น สำหรับวิธีการรักษาไม่ใช้ยา คือ พยายามอย่าเครียด ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เรื่องการรับประทานอาหารไม่ควรรับประทานส่วนที่มีเกลือผสมมากจนเกินไป พยายามลดน้ำหนัก ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่  จึงควรหาเวลาดูแลสุขภาพให้ดีและตรวจดูสุขภาพสม่ำเสมอด้วย เครื่องวัดความดัน (Blood Pressure Monitor)

ความดันโลหิตสูงหรือต่ำและอัตราการเต้นหัวใจผิดปกติล้วนเป็นอันตรายใกล้ตัวอาจถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ทราบสาเหตุและให้แพทย์รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ  ทั้งนี้ วิธีการสังเกตอาการต่อความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง ที่พบได้จาก เครื่องวัดความดัน (Blood Pressure Monitor) ส่วนใหญ่มากกว่า 90% ของคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง 2-3 ปีแรก มักจะไม่มีอาการ เพราะฉะนั้นในช่วง 2-3 ปีแรกอาจจะกำลังอยู่ในภาวะความดันโลหิตสูงโดยที่เราไม่ทราบมาก่อน แต่เมื่อความดันเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หรือมีภาวะแทรกซ้อนเราอาจจะเริ่มมีอาการ เช่น เริ่มปวดศีรษะบ่อยๆ เวียนศีรษะบ่อยๆ    
    
ด้วยสภาวะดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายดูแลสุขภาพของมนุษย์เงินเดือนวัยทำงาน จัดระบบดูแลสุขภาพวัยทำงาน ส่งเสริมสถานที่ทำงานให้มีบรรยากาศที่ดี สะอาด ปลอดภัย จัดบริการคัดกรองโรคจากการทำงานครอบคลุมทั้งแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบ พร้อมระบบส่งรักษาต่อและฟื้นฟูต่อเนื่อง
    
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง สามารถลดการเกิดโรคบางอย่างได้ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด หมั่นตรวจวัดความดันโลหิตสม่ำเสมอด้วยเครื่องวัดความดัน (Blood Pressure Monitor) ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย และเสริมสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย อาทิ เดินขึ้นบันไดแทนใช้ลิฟท์ เดินหรือปั่นจักรยานมาทำงาน ฯลฯ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารอย่างถูกต้องเหมาะสม กินให้ครบ 5 หมู่

นอกจากนี้เรายังสามารถจัดการความเครียดด้วยการหางานอดิเรกทำ ตลอดจนหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุและโรคต่างๆ  เริ่มต้นจากสุขภาพที่ดีของตัวเอง เพื่อความสุขของครอบครัวและความแข็งแรงสังคม

Cr.ข่าว ประชาชาติธุรกิจ