ปัญหาผมร่วง & การป้องกัน

สัปดาห์นี้มีเกร็ดความรู้เรื่อง “ปัญหาผมร่วง” ปัญหาผมร่วงที่แก้ไม่หายสักที แค่หวีผมก็ร่วงติดหวีเต็มไปหมด ยิ่งเวลาอาบน้ำไม่ต้องพูดถึงเลย บางคนหลุดเป็นกำมือ! ถ้ายังคงเป็นแบบนี้ อีกไม่นานคงไม่วายจะต้อง “หัวล้าน” แน่! หลายคนพยายามหาวิธีรักษาอาการผมร่วง แต่ก็ไม่หาย ทั้งเปลี่ยนวิธีบำรุงผม ไปหาหมอก็ยังไม่หายขาดเสียที อายุก็ยังไม่มากกับจะต้องหัวล้านแล้วเหรอ?

“ปัญหาผมร่วง” ที่หลายๆ คนสงสัยว่า “ต้นเหตุ” ของอาการผมร่วง...เกิดจากอะไร ทั้งความเครียด ฮอร์โมน ยาและอาหารบางชนิดที่เรากินเข้าไป อากาศที่มีออกซิเจนน้อย การรวบผมแน่นเกินไป หรือการทำสีผมบ่อยๆ สิ่งเหล่านี้อาจมีผลข้างเคียงทำให้ผมร่วง แต่จะจริงเท็จมากน้อยเพียงใด ไปไขคำตอบพร้อมๆกัน

พญ.เจนจิรา ชัยชโลทรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ รพ.สมิติเวชสุขุมวิท บอกว่า จำเป็นต้องแยกก่อนว่าเส้นผมนั้น “ร่วงปกติ” หรือ “ร่วงผิดปกติ” โดยปกติผมจะร่วงอย่างน้อยไม่เกิน 100 เส้นต่อวัน หากมากกว่านั้น ถือว่ามีภาวะผิดปกติ แต่ถ้าร่วงเป็นหย่อมๆ กลมๆ คล้ายเหรียญบาท แม้จะร่วงน้อยกว่า 100 เส้น ก็ถือว่าร่วงผิดปกติ

การเจริญเติบโตของเส้นผมนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ
 
1.ระยะการเจริญเติบโต (Anagen Phase) ซึ่งเส้นผมจะอยู่ได้ 3 ปี นับจากวินาทีแรกที่งอกขึ้นมาจากหนังศีรษะ จากนั้นจะหยุดการเจริญเติบโต
2.ระยะเปลี่ยนแปลง (Catagen Phase) เป็นช่วงเวลาที่เส้นผมหยุดพักการเจริญเติบโต แต่ไม่ได้ตาย
3.ระยะหยุดเจริญเติบโต (Telogen Phase) จะกินเวลา 3 เดือน ก่อนจะหลุดร่วง...

ฉะนั้น เส้นผม 1 เส้น จะมีช่วงอายุ 3 ปี 3 สัปดาห์ และ 3 เดือน สำหรับ “เส้นผมที่ร่วงผิดปกติ” ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

1.ความเครียด เพราะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นผมจะปิดตัว ทำให้ออกซิเจนในเลือดและอาหารจากเลือดมาเลี้ยงเส้นผม...ไม่เพียงพอ แต่สามารถวัดปริมาณออกซิเจนในร่างกาย ด้วยเครื่องวัดออกซิเจน (Pulse Oximeter) เพียงหนีบ เครื่องวัดออกซิเจน ไว้ที่ปลายนิ้วแล้วกดสวิตช์เปิดเครื่องก็สามารถอ่านค่าปริมาณออกซิเจนและอัตราการเต้นของหัวใจผ่านหน้าจอได้ทันที

2.อาหารและสุขภาพ เส้นผมถือว่าเป็นสิ่งที่แสดงความแข็งแรงของร่างกาย หากร่างกายอ่อนแอ ผมก็จะร่วงเป็นอันดับแรก เพราะร่างกายจะเลือกส่งพลังงานไปยังอวัยวะที่สำคัญก่อน เช่น สมอง หัวใจ และตัดอวัยวะส่วนที่ไม่สำคัญอย่างเส้นผมออก

3.โรค เช่น โรคไทรอยด์ โรคมะเร็ง ต่อมไร้ท่อต่างๆ และโรคของรากผมที่จะพบบ่อยสุด จะมีอาการผมร่วงเป็นกระจุกหย่อมๆ รวมทั้งคิ้วและขนตาก็ร่วง

4.พันธุกรรม คือโรคหัวล้านที่เกิดขึ้นในผู้ชาย ซึ่งมีหลายชนิด เช่น ล้านแบบตรงกลาง ง่ามเทโพ และชะโดตีแปลง เป็นพันธุกรรมที่ฮอร์โมนเพศชายมาทำร้ายรากผมของตัวเอง ซึ่งไม่ทำให้ผมร่วงทันที แต่จะทำให้รากผมเล็กลงเรื่อยๆจนรากผมถูกทำลายถาวร

5.คนที่ลดน้ำหนัก ลดอย่างกะทันหัน จะทำให้ผมร่วง ซึ่งพบบ่อยในกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวอายุ 17-18 ปี
 
6.คุณแม่หลังคลอด เพราะขณะคลอดบุตรจะเสียเลือดมาก ใช้พลังงานสูง ทำให้พลังงานไปหล่อเลี้ยงเส้นลดน้อยลง จนทำให้เส้นผมหลุดร่วงและเข้าสู่ภาวะหยุดเจริญเติบโต (Telogen Phase) ทั้งศีรษะ

พญ.เจนจิรา บอกอีกว่า อาการผมร่วงพบมากในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป เพราะรากผมจะแก่ตัวลงตามอายุ จำนวนเส้นผมลดลงและเข้าสู่ภาวะศีรษะบาง จนถึงขั้นศีรษะล้าน หากต้องการรู้ว่า “ผมร่วงผิดปกติหรือไม่” ให้จับผมมา1กระจุก ประมาณ 20 เส้น แล้วรูดจาก 'โคนผม' ถึง 'ปลายผม' หากมีผมหลุด 5-6 เส้น ให้ถือว่ามีปัญหา และควรไปพบแพทย์

ส่วนวิธีการป้องกันง่ายๆ ตาม “หลัก 6 อ.” ได้แก่

“อากาศ” อากาศดีมีออกซิเจนเพียงพอ รวมทั้งมีออกซิเจนเพียงพอที่ร่างการต้องการ สามารถตรวจดูออกซิเจนในร่างการได้ด้วยด้วยเครื่องวัดออกซิเจน เพียงหนีบ เครื่องวัดออกซิเจน (Pulse Oximeter) ไว้ที่ปลายนิ้ว ก็สามารถทราบผลของปริมาณออกซิเจนในร่างกาย แบบง่าย ๆ

“อารมณ์” ไม่เครียดไม่ทุกข์ ไม่วิตกกังวล ผมก็จะไม่ร่วง ปล่อยวางบางและหาอะไรสนุกทำกิจกรรมแทน สามารถช่วยได้

“ออกกำลังกาย” เพราะจะทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดีมากขึ้น รวมทั้งยังพาสารอาหารและออกซิเจนหมุนเวียนไปทั่วทุกอวัยวะของร่างกาย ที่เพียงพอต่อร่างกายต้องการ

“อึ” การขับถ่ายของเสีย ควรหมั่นขับถ่ายเป็นประจำทุกวัน เพื่อร่างการที่แข็งแรง แล้วควรขับถ่ายในช่วงเข้าก่อนทานอาหารเช้า

“อาหาร” ทานอาหารให้ครบ 5หมู่ เสริมด้วยอาหารบำรุงเส้นผม เช่น สังกะสี วิตามินบี 12 วิตามินเอ ซีลีเนียม ฯลฯ

“อดนอน” เพราะร่างกายจะทำการซ่อมแซม และหลังฮอร์โมนการเจริญเติบโต(Growth Hormone) ในช่วงที่นอนหลับสนิจ

หากใครทำได้ทำตามหลัก “6 อ.” ต่อไปก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหา “ผมร่วง-ผมบาง” อีกต่อไป พร้อมกับมีสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย!!!

Cr.ข่าวเดลินิวส์