บัตรเครดิต ใบแรก ธ.ออมสิน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้เปิดตัวบัตรเครดิตใบแรกของธนาคารแล้ว เมื่อวันต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยร่วมกับบริษัท วีซ่า ประเทศไทย โดยในเดือนธันวาคม นี้ จะเปิดรับสมัครเฉพาะพนักงานของธนาคารก่อน เพื่อทดลองตลาด จากนั้นจึงจะเปิดเป็นการทั่วไป ในช่วงต้นปี 2559 บัตรเครดิตของธนาคารออมสินจะมี 2 ประเภท คือ บัตรธรรมดา สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป กับบัตรแพลทินัม ที่ผู้สมัครต้องมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท

ทั้งนี้ ธนาคารประเมินว่า ผู้ที่อยู่ในข่ายสมัครบัตรเครดิตของธนาคารออมสินมีทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านคน โดยจากฐานลูกค้ารายย่อยของธนาคารที่มีอยู่กว่า 20 ล้านคนในจำนวนดังกล่าวเป็นลูกค้าที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาท ราว 40% หรือราว 8 ล้านคน และอีกกว่า 3 ล้านคน หรือ 10-15% ของพอร์ตรายย่อยทั้งหมด มีฐานเงินเดือนเกิน 30,000 บาท

ธนาคารตั้งเป้าหมายยอดสมัครบัตร เครดิตภายในสิ้นปี 2559 ที่ 1-2 แสนใบ และเชื่อว่าจะเห็นการเติบโตได้ค่อนข้างเร็ว จากทั้งลูกค้าของธนาคารและที่ไม่ใช่ลูกค้าของธนาคาร นายชาติชายกล่าวอีกว่า บัตรเครดิตของออมสิน นอกจากสิทธิประโยชน์ที่เหมือนกับผู้ให้บริการอื่นในตลาด เช่น สิทธิประโยชน์ในการกินอาหาร ท่องเที่ยว เติมน้ำมัน เป็นต้น ยังสามารถใช้รูดผ่านเครื่องรูดบัตร(Magnetic Card Reader)ซื้อสลากออมสินได้ด้วย จากปัจจุบันการซื้อสลากยังต้องใช้เงินสด ส่วนจะมีส่วนลดเพิ่มเติมหรือไม่นั้นยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

นายชาติชายกล่าวว่า การนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ถือว่าสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุนการชำระเงินผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) เพื่อทดแทนการใช้เงินสด ซึ่งจากนโยบายดังกล่าวน่าจะสนับสนุนให้ประชาชนมีความต้องการมีบัตรเครดิตมาก ขึ้นด้วย เพราะในอนาคตการใช้จ่ายผ่านเครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็ก(Magnetic Card Reader) ระบบอิเล็กทรอนิกส์จะมีบทบาทมากขึ้น

การออกบัตรเครดิตก็เหมือนตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และจากการทำประเมินตลาดการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ผ่านมา พบว่า 95% ผู้บริโภคนิยมใช้บัตรเครดิตรูดผ่านเครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็ก(Magnetic Card Reader)เพื่อซื้อสินค้าถึง 95% ขณะที่รูดผ่านเครื่องรูดบัตร(Magnetic Card Reader)จากบัตรเดบิตเพียง 5% ดังนั้นการมีบัตรเครดิตถือเป็นการสร้างความเติบโตให้กับธนาคารในอนาคต ไม่เพียงแค่ในส่วนบัตรเครดิตที่จะเติบโตได้รวดเร็ว แต่ในส่วนบัตรเดบิตของธนาคารก็คาดว่าจะเติบโตได้รวดเร็วเช่นเดียวกัน จากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 6 ล้านใบ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าว

นอกจากนี้ในช่วงต้นปี 2559 ออมสินมีแผนเปิดตัวบัตรเติมเงิน สำหรับจ่ายทั้งค่าโดยสารรถไฟฟ้า และค่าโดยสารรถเมล์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ธนาคารมีระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบวงจร และตอบโจทย์ e-Payment ได้อย่างครบถ้วน

นายชาติชายกล่าวว่า การออกบัตรเครดิตของธนาคารออมสินครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ธนาคารเป็นเจ้าของแบรนด์เอง จากก่อนหน้านี้เคยออกบัตรเครดิตในลักษณะบัตรเครดิตร่วม (โคแบรนด์) กับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี ซึ่งธนาคารออมสินได้ประโยชน์จากค่าธรรมเนียม ในการร่วมออกบัตรแค่ราว 500-600 บาทต่อบัตรเท่านั้น ขณะเดียวกันการใช้จ่ายผ่านบัตรต่าง ๆ ก็จะถูกบันทึกในรายการของทางเคทีซี ไม่ใช่ธนาคารออมสิน ซึ่งในระบบมีอยู่ราว 2 แสนใบ

ด้านนายสุริ พงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์มีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากที่บริษัทได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน 3,000 คน ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา พบว่ามีการใช้จ่ายด้วยเงินสดเฉลี่ย 2,094 บาทต่อคน เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 2,426 บาทต่อคน หรือใช้เงินสดลดลง 332 บาท สะท้อนผู้บริโภคเริ่มให้กับความสำคัญกับการซื้อสินค้าเครื่องรูดบัตร(Magnetic Card Reader)หรือผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น

ทั้งนี้จากการเติบโตของการใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต ผ่านระบบวีซ่าที่ขยายตัวมากขึ้น ส่งผลให้เห็นการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้บริษัทคาดว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรจะมีการเติบโตมากกว่า 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่คนไทยใช้จ่ายผ่านบัตรเพื่อท่องเที่ยวในต่างประเทศมากขึ้นถึง 16.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่เติบโตเพียง 7.2%

นาย สุริพงษ์กล่าวด้วยว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายเรื่องการพัฒนาระบบ e-Payment ขึ้นมา เชื่อว่าน่าจะส่งผลดีต่อบริษัทที่น่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าผ่านบัตรของ ธนาคารพันธมิตรต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่บริษัทมีฐานลูกค้าผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งบัตรเดบิต และบัตรเครดิต อยู่ทั้งสิ้นราว 45 ล้านใบ

ขณะที่ข้อมูลของธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้นไตรมาส 3 พบว่า จำนวนบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในระบบขณะนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 81 ล้านใบ แบ่งเป็น บัตรเครดิต 21 ล้านใบ บัตรเอทีเอ็ม 13 ล้านใบและบัตรเดบิต 46 ล้านใบ

Cr.ประชาชาติธุรกิจ