รถแท็กซี่ ไร้คนขับ

เกาหลีใต้มีการทดลองนำรถแท็กซี่ไร้คนขับ มาให้บริการนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล บริการนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้โดยสาร ไม่ต้องทนฟังการคุยจ้อของคนขับ ยังเรียกว่า ขับดีมากๆ ด้วย เพราะตั้งแต่ทดลองใช้มา 6 เดือน รถแท็กซี่ไร้คนขับอัตโนมัตินี้ ไม่เคยขับพาผู้โดยสารไปเกิดอุบัติเหตุเลย

หลายคนคงไม่ชอบใจนักที่เมื่อใช้บริการรถแท็กซี่แล้วเจอกับคนขับช่างพูดจ้อไม่หยุด อีกไม่นานปัญหานี้จะหมดไป เพราะขณะนี้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล กำลังทดสอบรถยนต์ที่สามารถขับพาผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางภายในมหาวิทยาลัย ได้โดยไม่ต้องมีคนขับรถ เป็นบริการแท็กซี่อัตโนมัติไร้คนขับที่มีชื่อว่า รถแท็กซี่ไร้คนขับ สนูเบอร์ (SNUber) นักศึกษาสามารถเรียกใช้บริการแท็กซี่อัตโนมัติ

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลของเกาหลีใต้ดำเนินการทดสอบรถแท็กซี่ไร้คนขับ ต้นแบบหรือที่รู้จักกันในชื่อว่ารถแท็กซี่ไร้คนขับ “สนูเบอร์” (SNUber) ที่พัฒนาขึ้น ให้สามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน สำหรับใช้รับส่งผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางได้ โดยที่ไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับการบอกเส้นทางกับคนขับรถด้วยภาษาต่างประเทศอีกต่อไป

รถแท็กซี่ไร้คนขับสนูเบอร์ ผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนคล้ายกับบริการของอูเบอร์ รถจะค้นหาเส้นทางพานักศึกษาไปยังจุดหมายปลายทางเองโดยผู้ใช้บริการไม่ต้องบอกเส้นทางกับคนขับ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เริ่มนำรถแท็กซี่ไร้คนขับสนูเบอร์มาให้บริการภายในมหาวิทยาลัยได้ 6 เดือนแล้ว และเท่าที่เปิดให้บริการมายังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลยสักครั้ง

รถแท็กซี่ไร้คนขับคันนี้มีการติดตั้งกล้องบนหลังคา รวมไปถึงเครื่องเลเซอร์ เครื่องสแกน (Portable Scanner) และเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Sensor) ส่วนในบริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง ได้มีการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และหน้าจอแสดงแผนที่ของสภาพถนนที่เกิดขึ้นรอบตัวรถ ส่งผลทำให้หยุดรถขณะสัญญาณไฟแดงและยังจอดให้ประชาชนข้ามถนนบริเวณทางม้าลาย รวมถึงยังสามารถสแกนรถยนต์ร่วมทาง เพื่อหาช่องว่างสำหรับแซงขึ้นด้านหน้าได้โดยอัตโนมัติ

รถแท็กซี่ไร้คนขับบังคับมีสภาพเหมือนรถยนต์ทั่วไป ตรงที่นั่งผู้โดยสารติดตั้งคอมพิวเตอร์พร้อมจอแสดงแผนผังสภาพท้องถนนโดยรอบรถยนต์ผ่านเครื่องสแกนแบบพกพา (Portable Scanner)  สำหรับการทดสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นั่งไปกับรถต้นแบบคันนี้ด้วย เพื่อป้องกันสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่การขับรถแท็กซี่ไร้คนขับทดลองตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีรายงานการเกิดอุบัติเหตุขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว

นักวิจัยตั้งโปรแกรมสนูเบอร์ให้สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางต่างๆ และหยุดรถเมื่อถึงป้ายจอดรถหรือทางม้าลาย พร้อมทั้งใช้อุปกรณ์เครื่องสแกน (Portable Scanner) ตรวจสภาพการจราจรโดยรอบก่อนจะแซงหรือเปลี่ยนเลนเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ในรถแท็กซี่ไร้คนขับมีอุปกรณ์สื่อสารเพื่อส่งข้อมูลทั้งไปและกลับจากโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน

ทั้งนี้รถแท็กซี่ไร้คนขับ "สนูเบอร์" คันนี้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจากสภาพท้องถนน โดยข้อมูลและการลองผิดลองถูกในแต่ละครั้ง ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพและสมรรถนะการขับขี่ของรถให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามยังต้องรอให้นักวิจัยนำรถแท็กซี่ไร้คนขับสนูเบอร์ไปทดลองวิ่งในเมืองที่มีสภาพการ จราจรสับสนกว่าในมหาวิทยาลัย ซึ่งจำกัดความเร็วรถไว้ไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้เหมาะกับการผลิตออกมาเพื่อการค้า หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ในอีก 20 - 30 ปีข้างหน้า รถแท็กซี่ไร้คนขับจะสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยกลไกคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะสามารถจัดการกับสถานการณ์ไม่คาดคิดบนท้องถนนได้ดีกว่าการตัดสินใจของมนุษย์

Cr.สำนักข่าวไทย