ดาวหาง แคทาลินา

สำหรับในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ก็เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวท้องฟ้าและทัศนวิสัยก็ถือว่าดีเยี่ยมเหมาะแก่การสังเกตวัตถุท้องฟ้า และการเคลื่อนที่ของดาวหางในช่วงเดือนธันวาคม 2558 ถึงช่วงต้นเดือนมกราคม 2559 นี้ อยากแนะนำการค้นหาดาวหางหรืออาจลองถ่ายภาพดาวหางกันดูได้นะครับ
       
ดาวหางดวงนี้ที่กำลังเข้าใกล้โลกของเรามีชื่อว่า “ดาวหาง แคทาลินา (C/2013 US10 Catalina)” ซึ่งปรากฏใกล้ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกระหว่างกลุ่มดาวหญิงสาวกับกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ โดยมีความสว่าง Magnitude +6 (Magnitude +6 คือค่าความสว่างน้อยสุดที่ตามนุษย์สามารถมองเห็นได้) และดาวหางดวงนี้นักดาราศาสตร์คาดว่าจะมีความสว่างเพิ่มขึ้นถึง Magnitude +3
       
สำหรับภาพถ่ายดาวหางแคทาลินาดวงนี้ จะเห็นลักษณะของหางที่มีทิศทางของหางทั้ง 2 หาง ชี้ออกไปคนละทาง คือหางฝุ่น (Dust tail) ที่มีสีออกไปทางโทนขาวเหลือง รูปร่างค่อนข้างหนานั้น เกิดจากมวลของดาวหางที่พ่นออกมาจากนิวเคลียส มวลเหล่านี้มีโมเมนตัมจึงเคลื่อนที่โค้งไปตามทิศทางที่ดาวหางโคจร

ส่วนหางแก๊ส (Ion tail)ของดาวหาง แคทาลินา ที่มีสีฟ้ายาวเป็นเส้นตรงชี้ไปทางทิศตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ ซึ่งสีฟ้าเกิดจากแก๊สของดาวหางได้รับพลังงานดวงอาทิตย์แล้วคายประจุออกมา โดยเป็นประจุบวกของคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO+) ที่มีคุณสมบัติกระเจิงแสงสีฟ้าได้ดีกว่าแสงสีแดง ทำให้เมื่อสังเกตจากตาของมนุษย์แล้ว หางแก๊สจะมีสีฟ้านั่นเอง
       
นอกจากนั้นในส่วนของหัวดาวหางในชั้นโคมา ปรากฏแสงเรืองสีเขียวของไซยาโนเจน (CN) และโมเลกุลของคาร์บอน (C2) ได้อย่างชัดเจน ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าว เรียกว่า “Resonant Fluorescence”
       
วิธีการสังเกตดาวหางแคทาลินา

ในการสังเกตดาวหาง ผู้เริ่มต้นสังเกตอาจเริ่มจากการใช้ตำแหน่งกลุ่มดาวหญิงสาวเป็นหลัก จากนั้นในทิศทางเดียวกันจะสังเกตเห็นดาวอังคาร ดาวศุกร์ อยู่ใกล้กัน โดยในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมนี้ ผู้สังเกตสามารถสังเกตดาวหางได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 4.00น. ในทางทิศตะวันออกเป็นต้นไป
       
ดาวหางจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน ซึ่งดาวหางดวงนี้จะค่อยเคลื่อนตัวเข้าใกล้กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ ในช่วงวันสิ้นปี และหลังจากนี้ดาวหางดวงนี้นักดาราศาสตร์คาดว่าอาจจะมีความสว่างเพิ่มขึ้นถึง Magnitude +3 ซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดการณ์เราจะสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า
       
อย่างไรก็ตามในช่วงนี้เรายังจำเป็นต้องใช้กล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังรวมแสง ในการช่วยค้นหาดาวหางดวงนี้อยู่บ้าง เนื่องจากยังคงมีความสว่างไม่มากนัก สามารถวัดความเข็มของแสงได้จากเครื่องวัดแสง(LUX Meter) เป็นตัวช่วย

เทคนิคและวิธีการในการถ่ายภาพดาวหาง

สำหรับเทคนิคในการถ่ายภาพดาวหางที่มีความสว่างน้อยๆนั้น เราจำเป็นต้องถ่ายภาพผ่านอุปกรณ์ขาตั้งกล้องแบบตามดาว เพื่อให้สามารถสามารถถ่ายภาพได้นานๆ จำนวนหลายๆภาพ เพื่อนำมาใช้ในการประมวลผลภาพให้ได้รายละเอียดที่ดีที่สุดดังนี้

1.ถ่ายภาพบนขาตั้งกล้องแบบตามดาว เพื่อไม่ทำให้ดาวยืด และถ่ายภาพดาวหางให้ได้จำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากต้องนำภาพมาใช้ในการประมวลผลภาพในภายหลัง ดังนั้นการที่สามารถเก็บข้อมูลภาพได้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น
       
2.ใช้เลนส์ไวแสง หรือกล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังการรวมแสงมากๆ
       
3.เลือกใช้ความไวแสงสูง เพื่อให้กล้องสามารถบันทึกรายละเอียดในส่วนต่างๆ ของดาวหางได้ดีที่สุด
       
4.เปิดระบบ Long Exposure Noise Reduction และ High ISO Speed Noise Reduction เพื่อให้กล้องช่วยลดสัญญาณรบกวนของภาพได้ดีขึ้น และการเปิดระบบ High ISO นั้นระบบของกล้องก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวนในส่วนเงามืดทำให้ได้รายละเอียดที่ดีขึ้น เมื่อใช้ความไวแสงสูง
       
5.สำหรับผู้ที่พอมีทักษะด้านการประมวลผลภาพ ควรถ่ายภาพ Dark Frame คือการถ่ายภาพมืดๆ อาจใช้การปิดฝาหน้ากล้องและถ่ายภาพเหมือนกับการตั้งค่าทุกอย่างเหมือนกับที่ใช้ในการถ่ายดาวหาง

โดยจะต้องถ่ายภาพที่อุณหภูมิเดียวกับที่เก็บข้อมูล รวมทั้ง Flat Fields คือการถ่ายภาพที่ความเข้มแสงสม่ำเสมอ เช่น แสงของท้องฟ้า แสงจากฉากขาวที่มีค่าความเข้มแสงสม่ำเสมอที่สามารถวัดได้จากเครื่องวัดแสง(LUX Meter)

การถ่ายภาพ Flat Fields ที่ให้ได้ความเข้มแสงสม่ำเสมอ โดยใช้เวลาในการถ่ายที่ให้แสงประมาณ 40% - 60% ของประสิทธิภาพของ CCD เพื่อป้องกันการอิ่มตัวของซีซีดีขึ้น ซึ่งสามารถดูจากค่าฮิสโตรแกรมของกล้องให้อยู่ที่ค่ากลาง ไม่สว่างหรือมืดจนเกินไป

สำหรับใครที่ยังไม่เคยเห็นดาวหาง อาจลองใช้กล้องค้นหาดาวหางดูกันได้นะครับ เพราะครั้งหนึ่งในชีวิตเราก็จะได้ชื่อว่าเคยเห็นดาวหางกับเค้าบ้างก็ไม่เสียเวลาตื่นเช้ามาดูดาวหางนะครับ

Cr.ผู้จัดการ