เครื่องพิมพ์ 3 มิติ สำหรับ งานก่อสร้าง

เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ เข้ามามีบทบาทสำคัญในแวดวงต่างๆ เริ่มจากอุตสาหกรรมการออกแบบ ยานยนต์ การแพทย์ แฟชั่นเครื่องประดับ อาหาร  งานก่อสร้างฯลฯ และได้รับการพัฒนาให้ชิ้นงานมีคุณภาพสูงขึ้นและราคาถูกลง จากเทรนด์ดังกล่าวส่งผลให้ 2 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีได้พัฒนานวัตกรรมปูนซีเมนต์สูตรพิเศษแบรนด์“เอสซีจี บิลดิ้งเทค” ที่ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งออกแบบและควบคุมการผลิตด้วยระบบคอมพิวเตอร์ สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานได้โดยไม่จำกัดรูปแบบการก่อสร้าง

ตอบจินตนาการสถาปนิกด้วยการผนวกนวัตกรรมซีเมนต์กับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ ประเดิมด้วย Y-BOX pavilion, 21st C. Cave พาวิลเลี่ยนเสารูปทรงอิสระ 6 ต้นสูงกว่า 3 เมตรบิดตัวขึ้นไปรองรับหลังคา เปรียบเสมือนแง่งหินที่ไม่มีลักษณะตายตัว ราวกับเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพิ่มความสมบูรณ์และสวยงามด้วยโคมไฟทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 70 เซนติเมตร ซึ่งประกอบขึ้นจากชิ้นงานทรงสามเหลี่ยม 180 ชิ้น เข้ารูปกันและวัดขนาดด้วยเวอร์เนียคาลิปเปอร์(Vernier Caliper)

งานก่อสร้างแต่ละชิ้นถูกออกแบบรายละเอียดทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ ทั้งงานดีไซน์และจุดเชื่อมต่อต่างๆ ทำให้เกิดลวดลายสวยงามแปลกตา สิ่งปลูกสร้างชิ้นแรกของอาเซียนผลิตจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เปิดความหวังเครือเอสซีจีมุ่งหาเทคโนโลยีงานก่อสร้างทดแทนแรงงานและลดทอนเวลาก่อสร้างในอนาคต

ทีมงานได้พัฒนาสูตรปูนซีเมนต์ให้เหมาะสมกับงานโครงสร้างรองรับแรงอัดสูง มีความแข็งแรง สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดในการก่อสร้างและงานดีไซน์ที่การก่อสร้างแบบปกติทำไม่ได้หรือทำได้ยาก เพื่อให้สามารถใช้กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ได้หลากหลายประเภท  ศาณิต เกษสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมและเทคโนโลยี ธุรกิจเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าว

เอสซีจีบิลดิ้งเทคแบ่งเป็น 2 สูตรเปรียบเสมือนพัฒนาน้ำหมึกสำหรับเครื่อง สูตรแรก Powder-bed inkjet head printing ระบบการผลิตที่ใช้ผงปูนซีเมนต์เหมาะกับงานศิลปะที่ต้องการความละเอียด มีเอกลักษณ์และดีไซน์ที่แตกต่าง สูตรสอง Extrusion printing ระบบการผลิตแบบขึ้นรูปด้วยการฉีดเลเยอร์เป็นชั้นๆ เหมาะกับงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรง เช่น เสา  ปูนซีเมนต์สำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ จะเป็นโซลูชั่นเทคโนโลยีงานก่อสร้างเครื่องพิมพ์สามมิติที่ตอบความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะเริ่มจากนิชมาร์เก็ตแล้วขยายสู่แมสมาร์เก็ตเมื่อเทคโนโลยีราคาถูกลง

ในมุมมองของผู้นำตลาด เอสซีจี ต้องการผลักดันให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างไทยก้าวทันกับเทคโนโลยีที่เข้ามาหนึ่งในนั้นคือเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองกับจินตนาการของสถาปนิก มัณฑนากรมโดยสามารถขึ้นรูปเป็นชิ้นงานจริง ขณะที่งานก่อสร้างในระบบเดิมไม่สามารถทำได้ หรือต้องใช้เวลานาน นวัตกรรมงานก่อสร้างดังกล่าวนี้จะช่วยลดเวลาการขึ้นรูปโครงสร้างงานก่อสร้างและงานตกแต่ง ทำให้ใช้วัสดุก่อสร้างในปริมาณลดลง และสามารถประยุกต์ใช้ในงานก่อสร้างจริง มีน้ำหนักเบา ติดตั้งสะดวกหรือถอดประกอบเป็นชิ้นก็ได้ จึงขนย้ายได้ง่าย ตอบสนองจินตนาการ

Y-BOX pavilion, 21st C. Cave ออกแบบโดย ปิตุพงษ์ เชาวกุล สถาปนิกจากซูเปอร์แมชชีนสตูดิโอ จะจัดแสดงงานก่อสร้างในงานสถาปนิก’ 59 วันที่ 26 เม.ย.-1 พ.ค.นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และจะส่งมอบงานก่อสร้างให้แก่ชุมชนหาดวอนนภา บางแสนล่าง จ.ชลบุรี เพื่อเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าเยี่ยมชม

ปิตุพงษ์ กล่าวว่า เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติเกิดขึ้นมาได้ 10 ปีแล้วใน 2 ทิศทางคือ พิมพ์ชิ้นงานได้ขนาดเล็กลง ที่วัดจาก ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) เช่น อวัยวะเทียมอย่างฟัน และชิ้นงานขนาดใหญ่ขึ้น เช่น สถาปัตยกรรมอาคาร ซึ่งเป็นความท้าทายของผู้ผลิตและพัฒนาสูตรปูนซีเมนต์ให้แข็งแรงในการรับแรงและเหมาะสมกับการทำงานของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ควรตอบสนองจินตนาการของสถาปนิกที่มีความซับซ้อน สวยงาม มีเอกลักษณะเฉพาะตัว และที่สำคัญสามารถตอบโจทย์ในเชิงพาณิชย์และงานคราฟท์ได้ เพราะทำได้เร็วและสวยงาม

อย่างไรก็ตาม เขาเปรียบวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติยังอยู่ในขั้นที่ 3 จากทั้งหมด 10 ขั้น หากเปรียบกับปริ้นเตอร์ก็อยู่ในยุค dot matrix ก่อนเข้าสู่ระบบอิงค์เจ็ทและเลเซอร์ ที่สำคัญราคาเครื่องจะถูกลงตามพัฒนาการของเทคโนโลยีงานก่อสร้างที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเวลานั้นอุตสาหกรรมก่อสร้างจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติ ใช้แรงงานลดลง ระยะเวลาก่อสร้างเร็วขึ้น และมาตรฐานการก่อสร้างดีขึ้นตามลำดับ

Cr.ข่าวประชาชาติธุรกิจ